แนะวิธี แก้ปัญหา กากแคดเมียม ต้องกำจัดมลพิษ ไม่ใช่การฝังกลบคืน ผอ.ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ยกตัวอย่าง เหมืองตะกั่ว คลิตี้
วันที่ 9 เม.ย.2567 นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนายการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ซึ่งเคยแก้ไขปัญหาสารพิษตะกั่วจากเหมืองแร่ ที่ห้วยคลิตี้ กาญจนบุรี เสนอให้ แก้ไขปัญหาสารพิษแคดเมียมด้วยการนำไปกำจัดมลพิษตามวิธีการกำจัดมลพิษจากกากของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม และเร่งตรวจเลือดผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนนโยบายรัฐบาลต้องไม่มีเหมืองแร่ที่ทำแร่อันตรายก่อมลพิษ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกรมควบคุมมลพิษจำเป็นอย่างยิ่งต้องเข้าตรวจสอบมลพิษจากกากของเสียอุตสาหกรรมเหล่านี้ ทั้งในตัวกากของเสียเอง พื้นดินโดยรอบและใกล้เคียงแหล่งมลพิษ แหล่งน้ำโดยรอบ อากาศทั่วบริเวณ และการแพร่กระจายรั่วไหลขอมลพิษที่อาจเกิดขึ้น ในทุกที่ที่มีกากของเสียอุตสาหกรรมนี้ปนเปื้อนอยู่ หากพบเป็นจำนวนมากและอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ก็ต้องประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษ
นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ ต้องดำเนินการแจ้งและกำกับให้ผู้ก่อมลพิษมาฟื้นฟูแก้ไขและกำจัดมลพิษเหล่านี้ให้หมดไป หากยังไม่สามารถหาผู้ก่อให้เกิดมลพิษได้ หรือผู้ก่อให้เกิดมลพิษไม่รับผิดชอบ หรือหากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมประชาชน
กรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรีบเข้ามาแก้ไขฟื้นฟูและกำจัดมลพิษเหล่านี้เอง แล้วค่อยไปเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายจากผู้ก่อมลพิษในภายหลัง
เหมือนดังกรณีเหมืองแร่บริษัทตะกัวคอนเซ็นเตรส ประเทศไทย จำกัด ปล่อยของเสียการทำแร่ตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้ในจังหวัดกาญจนบุรี แล้วไม่รับผิดชอบ ศาลปกครองสูงสุดได้สั่งให้กรมควบคุมมลพิษทำหน้าที่ตามกฎหมายในการกำจัดมลพิษให้หมด จนชาวบ้านสามารถใช้น้ำ บริโภคสัตว์น้ำ และอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกำจัดมลพิษ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า วิธีการกำจัดมลพิษอุตสาหกรรมที่เป็นของเสียอุตสาหกรรมอันตรายที่ถูกต้องและถูกหลักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นกรณีกากของเสียจากเหมือแร่ตะกั่ว หรือกากของเสียจากเหมืองแร่สังกะสี คือการให้บริษัทรับกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมมาดำเนินการ ด้วยการนำกากของเสียอันตรายเหล่านี้ไปกำจัดในโรงงานของบริษัทด้วยการใช้ความร้อนและเทคโนโลยี
ทำให้มลพิษเหล่านี้หมดไป เป็นของเสียที่ไม่มีมลพิษเพื่อให้มีสภาพเป็นกลางหรือเสถียร แล้วฝังกลบตามหลักวิชาการในพื้นที่ของบริษัท ไม่ใช่การฝังมลพิษไว้ แล้วให้มีการนำออกไปใช้ ไปเผยแพร่มลพิษได้ดังที่เป็นไปในปัจจุบัน
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ในด้านสุขภาพของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขต้องเข้าตรวจเลือดผู้ที่เกี่ยวข้องและอาจได้รับผลกระทบจากสารพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กซึ่งจะมีผลต่อร่างกายมากกว่าผู้ใหญ่ ไม่ใช่เพียงตรวจปัสสาวะในพนักงานไม่กี่คน การตรวจเลือดต้องตรวจสารที่อาจเกี่ยวข้องและเป็นสารพิษทุกชนิด อาทิ ตะกั่ว สังกะสี ไม่ใช่ตรวจเพียงแคดเมียมสารเดียว
และรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะต้องมีนโยบายและมาตรการที่จะไม่ให้มีและไม่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
การพบอันตรายจากแคดเมียมมีมาตั้งแต่ปี 2547 โดยสถาบันบริหารจัดการน้ำนานาชาติ หรืออีมี (IWMI-International Water Management Institute) เปิดเผยผลการเก็บข้อมูลและวิจัยการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในดินและพืชผลการเกษตรจำนวนมาก บริเวณห้วยแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ปี 2545-2546 พบว่า มีการปนเปื้อนสารพิษแคดเมียมในพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะข้าว กระเทียมและถั่วเหลือง เกินกว่าค่ามาตรฐานพื้นที่ ลุ่มน้ำแม่ตาว ต.แม่ตาว และ ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก พบการปนเปื้อน ของสารแคดเมียม จำนวนมหาศาล ทั้งในดิน และในน้ำ
เมื่อมีการตรวจเลือดชาวบ้านบริเวณนั้นก็พบมีสารแคดเมียมซึ่งเป็นอันตราย และเป็นสารก่อมะเร็งในเลือดชาวบ้านจำนวนมาก และพบอาการผิดปกติของชาวบ้านจากสารพิษตอนบนห้วยแม่ตาวมีการทำเหมืองแร่สังกะสีขนาดใหญ่ คือเหมืองของบริษัท ผาแดง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และเหมืองของบริษัท ตากไมนิ่ง จำกัด ซึ่งปิดกิจการไปก่อนแล้ว เมื่อมีข่าวดังเหมืองแร่ก็หยุดกิจการ
ปี 2567 มีข่าวพบการขนย้ายกากแคดเมียมและสังกะสี จากบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ (มหาชน) ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด มายัง บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหล่อและหลอมอะลูมิเนียมแท่ง อะลูมิเนียมเม็ดจากเศษอะลูมิเนียมและตะกรันอะลูมิเนียม (Scrap and Dross)
โดยมีการขนย้ายทั้งสิ้น 13,450 ตัน แต่ตรวจพบในที่ตั้งโรงงานของบริษัทที่สมุทรสาครแบ่งใส่ถุงจำนวน 2,440 ตัน เป็นการขุดขึ้นมาจากบ่อจำนวน 2 บ่อ ในจำนวนทั้งหมด 10 บ่อ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นกากของเสียทั้งหมด 330,342 ตัน
กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบพบว่า ในถุงกากแคดเมียมและสังกะสี มีปริมาณแคดเมียม 24,884 มก./กก. ซึ่งถือเป็นของเสียอันตรายเนื่องจากมีปริมาณวัสดุเจือปนแคดเมียมสูงเกิน 100 มก./กก. ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 และดินในโรงหลอม พบปริมาณแคดเมียม 7,159 มก./กก. ดินภายในโรงงานนอกโรงหลอม พบปริมาณแคดเมียม 31,584 มก./กก.รวมทั้งดินหน้ารั้วโรงงาน พบปริมาณแคดเมียม 2,838 มก./กก.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจสอบพบว่าปัสสาวะของพนักงานในโรงงาน พบว่า มีพนักงาน 19 รายที่มีแคดเมียมในปัสสาวะสูงเกินค่ามาตรฐาน ต้องนำเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติมและรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
และมีการพบกากของเสียอุตสาหกรรม ประเภทกากสังกะสีที่มีแคดเมียมและตะกั่วปนเปื้อน จำนวนมากในโกดังของบริษัท อิฟง จำกัด ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นกากของเสียเดียวกับที่ตากและสมุทรสาคร