คนสนิท เสี่ยดำ เจ้าของค่ายมวย คาดปมคนร้ายสังหารเหี้ยมกลางงานฉลองพัดยศ เผย มีคนจ้องจะเก็บให้ได้ ตัดเรื่องขัดแย้งในวงการไปได้เลย รู้จักมา 20 ปี เป็นคนมีน้ำใจ
จากกรณี นายเปลี่ยนวิถี หรือ เสี่ยดำ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ชาว ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เจ้าของค่ายมวย ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะและท้ายทอย เสียชีวิตในรถตู้ฮุนได สีเทา ทะเบียนกัมพูชา หลังนำนักมวยมาชก ที่งานฉลองพัดยศของเจ้าอาวาสวัดหนองเต็ง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 23 เม.ย.2567 นายชาตรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี คนสนิทของนายเปลี่ยนวิถี กล่าวว่า เท่าที่รู้จักกับนายเปลี่ยนวิถีมานานกว่า 20 ปี นายเปลี่ยนวิถีเป็นคนดี ใจกว้าง โดยเฉพาะวงการมวยหลายครั้ง ถ้าเป็นงานการกุศลจะเอานักมวยไปต่อยฟรีโดยไม่คิดค่าตัว

คนสนิท เสี่ยดำ เจ้าของค่ายมวย คาดปมคนร้ายสังหารเหี้ยมกลางงานฉลองพัดยศ เผย มีคนจ้องจะเก็บให้ได้ ตัดเรื่องขัดแย้งในวงการไปได้เลย
นายชาตรี กล่าวต่อว่า เดือนที่ผ่านมา นายเปลี่ยนวิถีจัดรายการมวยให้ทุกคนได้ชมฟรี งบประมาณ 300,000 บาทที่บ้านของนายเปลี่ยนวิถี ยังมองว่านายเปลี่ยนวิถีเป็นคนดี ส่วนจะไปขัดผลประโยชน์ใคร “ผมไม่ทราบ” สำหรับปมลงมือสังหารในครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่ามีคนจ้องจะเก็บนายเปลี่ยนวิถีให้ได้ เป็นการเจาะจงลงมือ
นายชาตรี กล่าวอีกว่า ส่วนธุรกิจที่นายเปลี่ยนวิถีทำคือมีโรงน้ำดื่ม ส่งขายในตลาดช่องจอม มีธุรกิจห้องน้ำให้บริการในตลาดช่องจอมเช่นเดียวกัน ถ้าจะให้คิดน่าจะเป็นเรื่องขัดผลประโยชน์หรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ
- อ่านข่าว : ช็อก เปิดรถจ่อยิง 3 นัด เสี่ยดำ ช่องจอม เจ้าของค่ายมวย พานักมวยมาชกที่บุรีรัมย์
- อ่านข่าว : ลูกชายเสี่ยดำ เจ้าของค่ายมวย เล่านาทีสุดช็อก คนร้ายจ่อยิงพ่อต่อหน้า
นายชาตรี กล่าวด้วยว่า แต่ถ้าเรื่องวงการมวยตนขอตัดออกไป กรณีการล้างแค้นที่มีคนตั้งข้อสังเกตที่นายเปลี่ยนวิถีเคยมีคดีฆ่าคนตาย ตนก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะเหตุเกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว ประเด็นภรรยาอีกคนที่ประเทศกัมพูชา ก็มีความเป็นไปได้น้อย
สำหรับทางด้านคดี ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กำลังเร่งค้นหาภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นเขตรอยต่อจังหวัดบุรีรัมย์กับจังหวัดสุรินทร์ เคยมีเหตุการณ์ฆ่าชิงรถคนเลี้ยงวัวมาแล้ว เมื่อต้นเดือนมี.ค.2566
แต่ค้นหาหลักฐานไม่พบ มาจับคนร้ายได้ด้วยความบังเอิญเมื่อต้นเดือนก.พ.2567 ครั้งนั้นถือว่าตามจับคนร้ายไม่ได้

