“พิพัฒน์” แจง ยังไม่ขึ้นค่าจ้าง 400 บาททั่วไทย 1 พ.ค.นี้ แต่เริ่มปรับ ต.ค. ห่วงบางธุรกิจไม่สามารถปรับขึ้นได้ โต้ เร่งสร้างผลงาน รักษาเก้าอี้ รมต.
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2567 ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศของขวัญวันแรงงาน 1 พ.ค. ในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ทั่วประเทศ ว่า ตนเข้าใจว่าเรื่องนี้มีความสับสนในการสื่อสาร
“ขอชี้แจงว่า ในวันแรงงาน 1 พ.ค. ตนและผู้บริหารกระทรวงแรงงานจะมีการประกาศเจตนารมณ์ของนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ทุกสาขาอาชีพภายในปี 2567 นี้ แต่คาดว่าจะไม่รอถึงสิ้นปี โดยเดือน ต.ค. จะมีการประกาศขึ้นค่าจ้างในภาพรวมทั่วประเทศ” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 จะมีการประชุมร่วมกับไตรภาคีในทุกเดือน ซึ่งก็จะมีความชัดเจนออกมาในการประชุมแต่ละครั้ง โดยการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 14 พ.ค. จะมีการประกาศบางอาชีพที่สามารถปรับขึ้นเป็น 400 บาทต่อวันได้
“ผมไม่มีสิทธิเข้าไปมีความเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นนักการเมือง เพราะถ้าเข้าไปก็จะมีความเห็นว่าการเมืองแทรกแซง แต่เมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาล ผมต้องหารือกับคณะกรรมการฯ นอกรอบ โดยเฉพาะกับท่านประธานคณะกรรมการฯ เพื่อดูว่าอะไรที่มีความเหมาะสม
ขอแนะนำในฐานะที่ผมมาจากภาคธุรกิจ รู้ว่าภาคธุรกิจใดมีค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันแล้ว หรือภาคธุรกิจไหนที่ยังไม่ถึง เราก็ควรจะประกาศให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น ผมเป็นได้แค่ที่ปรึกษาให้กับประธานคณะกรรมการฯ เท่านั้น” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำได้หรือไม่ เนื่องจากการประกาศขึ้นค่าจ้าง 400 บาทต่อวันเป็นอัตราที่สูงจากเดิม และภาคเอกชนมีความเห็นคัดค้านอยู่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนมองว่าถึงเวลาแล้ว แม้ว่าภาคเอกชนจะคัดค้าน
ต้องยอมรับว่าหลังจากที่มีการเลือกตั้ง สินค้าต่างๆ มีการปรับขึ้นราคาล่วงหน้าไปแล้ว และไม่มีการประกาศลดราคาลง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ดังนั้น เมื่อขึ้นแล้วไม่ลงก็ต้องเห็นใจผู้ใช้แรงงานว่า ของต่างๆ แพงขึ้น ดังนั้น ค่าแรง ก็ควรจะมีการปรับเปลี่ยน
“ในการประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 1 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา เราก็ถูกปรามาสว่า การปรับขึ้นในแต่ละจังหวัดขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำอะไรแทบจะไม่ได้ ซึ่งต้องถามว่า หากเราซื้อสินค้าชิ้นเดียวกันในกรุงเทพฯ กับในจังหวัดชายแดนใต้ราคาเท่ากัน ทำไมถึงมีค่าแรงขั้นต่ำที่ต่างกันมากขนาดนั้น” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เราคงจะไม่ใช้ธรรมเนียมเดิมในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพียงปีละ 1 ครั้ง ฉะนั้น อะไรที่มีความพร้อม อะไรที่ไปก่อนได้ก็ควรให้โอกาสกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานในแต่ละสาขาวิชาชีพ ถ้ามีความพร้อมก็ไม่ควรจะไปดึงไว้
แต่สิ่งที่ตนมีความกังวลและได้เน้นย้ำหลายครั้ง คือ ธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME โดยตนจะต้องหารือเพื่อนำข้อมูลไปรายงานให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รับทราบว่า บางกิจการที่ไม่สามารถปรับขึ้นได้ รัฐบาลจะช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง เพราะหากรัฐบาลไม่ช่วย ปัญหาก็จะมาตกอยู่กับผู้ใช้แรงงาน
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าการเร่งรัดปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งที่ 3 ของปี เป็นการเร่งรัดสร้างผลงาน เพื่อรักษาตำแหน่งรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้ยืนยันชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้ง 8 คนจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) วันนี้เราเดินหน้าทำงานกันอยู่แล้ว เราคิดว่าจะไม่มีการปรับเฉพาะของพรรคภูมิใจไทย