ยึดล็อตมโหฬาร ยึดยาบ้าถุงดำ 5.3 ล้านเม็ด ซุกบ้านพักปทุมธานี หัวโจกโดดหนีลงคลอง ตร.ระดมกำลังแกะรอยไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี
วันที่ 25 เม.ย.67 ที่สภ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 รับรายงานจาก พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี
พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส.บช.ปส. พล.ต.อาทิตย์ ม่วงเล็ก ผบ.ขกท. นางจีระพรรณ กาญจนประดิษฐ์ ผอ.ปปส.ภ.1 พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน รองผบก.ขส.บช.ปส. ว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ นางสาวปิยมาพร นามวงษ์ ผอ.บก. พ.ต.อ.ธีรยุทธ เสรีนนท์ชัย ผกก.สภ.หนองเสือ
ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.ฯ และเป็นเจ้าพนักงาน ปปส. พ.ต.ต.ณัฐพัชร์ จอมสูงเนิน จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท.ศปก.นสศ.) ปฏิบัติการโดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. ผู้ทรงคุณวุฒิอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจับกุมตัว นางซไรตุซ อน อายุ 30 ปี ชาวกัมพูชา
พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 13 ถุงดำ จำนวน 2,500,000 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งตรวจยึดได้บริเวณถนนเลียบคลองชลประทานส่งน้ำ 2 ซ้าย ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดยาบ้าอีก 2,800,000 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ภายในห้องเก็บของภายในบ้านไม่มีเลขที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี รวมยาบ้าทั้งหมด ประมาณ 5,300,000 เม็ด พร้อมของเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 12 นัด อาวุธปืนขนาด 9 มม.
จากการจับกุมสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวนหลายคดี และจากการขยายผลการจับกุม ทำให้ทราบว่ามี นายศรายุทธ หรือเอ็ม ประวัติเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดสิงห์บุรีที่ 1/2563 ลงวันที่ 10 ม.ค.2563 กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ ซึ่งปัจจุบันนายศรายุทธได้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด โดยเป็นผู้สั่งการและติดต่อซื้อขายยาเสพติดจากชนกลุ่มน้อย จากการสืบสวนทราบว่า นายศรายุทธ สั่งการให้ นายวีระยุทธ หรือเฟิร์ส ทำหน้าที่รับยาเสพติดจากกลุ่มทีมลำเลียงภาคเหนือ มาเก็บไว้ภายในบ้านพักที่เช่าไว้ สำหรับเก็บยาเสพติด เพื่อรอรับคำสั่งจากนายศรายุทธที่สั่งการมาทางไลน์ ให้นำไปส่งให้กับลูกค้า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวน และสะกดรอยติดตามพฤติกรรมของนายเฟิร์ส เพื่อหาบ้านพักที่เช่าไว้สำหรับเก็บยาเสพติด จนกระทั่งเมื่อกลางเดือนธ.ค.2566 พบว่านายเฟิร์ส และแฟนสาว เช่าบ้านพักเพื่อใช้สำหรับเก็บยาเสพติดในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จนกระทั่งนายเฟิร์ส และแฟนสาว ไหวตัวทันว่าถูกสะกดรอยติดตาม จึงย้ายบ้านเช่าสำหรับเก็บยาเสพติดจาก จ.สระบุรี มาที่บ้าน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จากการสืบสวนพบว่า วันที่ 24 เม.ย.67 นายเฟิร์ส และแฟนสาว ได้รับยาเสพติดจากทีมลำเลียงยาเสพติดมาเก็บไว้ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังปิดล้อมไว้
จนกระทั่งเวลา 16.15 น. นายเฟิร์ส และแฟนสาว เดินทางไปซื้อถุงขยะสีดำ 3 แพ็ก และกลับเข้าไปในบ้านดังกล่าว จากนั้นเวลา 19.15 น.ขับรถยนต์ออกมาวิ่งมุ่งหน้าไปทางวัดบึงกาสาม ลักษณะรถมีน้ำหนักมากและเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวไม่สามารถติดตามไปได้ ต่อมารถยนต์ขับกลับเข้าไปภายในบ้านไม่มีเลขที่ อ.หนองเสือ โดยรถไม่ได้มีน้ำหนักเท่าตอนออกจากบ้านไป จึงเชื่อว่านายเฟิร์สนำยาเสพติดออกไปส่งมอบให้กับลูกค้า
จากนั้นเวลา 20.30 น. รถยนต์ขับออกมาและวิ่งมุ่งหน้าไปทางวัดบึงกาสามอีกรอบ โดยลักษณะรถมีน้ำหนักมาก ตำรวจสะกดรอยติดตามไปถึงบริเวณถนนเลียบคลองชลประทานส่งน้ำ 2 ซ้าย อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี นายเฟิร์สรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยติดตามจึงเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นไว้แล้ว นายเฟิร์สได้จอดรถก่อนเปิดประตูกระโดดลงคลองชลประทานและอาศัยความมืดวิ่งหนีวิ่งหลบหนีไปได้
จากการตรวจสอบภายในรถยนต์พบถุงขยะสีดำ 13 ถุงดำ พบเป็นยาบ้า 2,500,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านไม่มีเลขที่ อ.หนองเสือ พบนางซไรตุซ อน อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา แฟนสาวของนายเฟิร์ส และพบยาเสพติด 2,800,000 เม็ดวางอยู่ภายในห้องเก็บของติดกับห้องนอน
นางซไรตุซ ยืนยันว่า นายเฟิร์สเป็นผู้จดรายการดังกล่าวพบว่ามีการรับยาบ้ามาทั้งหมด 3,800 มัด หรือประมาณ 7,600,000 เม็ด และนำไปส่งให้ลูกค้าแล้ว 2,300,000 เม็ด คงเหลือ 5,300,000 เม็ด

