ปปช.จ่อเรียกชี้แจง เสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เสียหายกว่า 500ต้น ทั้งถูกขโมยและใช้งานไม่ได้ บางเสาหายไปทั้งต้น

วันที่ 26 เม.ย. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีราคาจัดซื้อจัดจ้างสูงถึงราว 6.5 หมื่นบาทต่อต้น เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ขณะที่สำนักงานป้องกันและปราบกรามการทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 หรือ ปปช.ภาค 8 กำลังสอบสวนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างยังไม่แล้วเสร็จ

แต่จำนวนเสาไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2,998 ต้น บนถนน 7 สาย ระยะทางรวม 71.53 กิโลเมตร วงเงินรวม 194,870,000 บาท เสื่อมสภาพแม้จะติดตั้งเมื่อปลายปี 2561 แต่ทยอยชำรุด จนปัจจุบันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถใช้การได้แล้ว และยังประสบปัญหาถูกโจรกรรมอย่างหนักทุกเส้นทาง

การสำรวจโครงการดังกล่าว เส้นทางสาย นศ.4037 ระหว่างแยกสารพัดช่างฝั่งตำบลปากพูน ไปจนถึงสะพานท่าซัก ถึงตำบลท่าซัก รอยต่อตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ระยะทางจากแผนที่จากจุดต่อจุดได้ประมาณ 7.4 กิโลเมตร มีรหัสประจำเสาเริ่มตั้งแต่ B-001 ไปจนถึงต้นสุดท้ายที่ B-500 ตลอดเส้นทางสลับซ้ายขวา เท่ากับมีจำนวนเสาถูกติดตั้งทั้งสิ้น 500 ต้น

ตลอดเส้นทางพบว่าหลายเสาถูกผลักล้ม บางต้นหายไปทั้งต้น บางต้นยังคงเหลือชิ้นส่วนท่อนล่าง และจำนวนอีกไม่น้อยกว่า 300 ต้น ตู้เก็บแบตเตอรี่เปิด แบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเก็บกระแสไฟฟ้าจากแผงเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์สูญหายไปทั้งชุด และอีกหลายต้นอยู่ในสภาพเสียหายจากอุบัติเหตุรถชนสุ่มเสี่ยงที่จะโค่นล้ม

ชาวบ้านตำบลปากพูน เจ้าของสวนปาล์มริมถนนสายนี้บอกว่าแรก ๆ ที่ติดตั้งก็ดูสวยดีแต่ไม่นานก็ทยอยดับไปทั้งเส้นเป็นปี ๆ มาแล้ว แต่ในทางเทคนิคไม่รู้ว่าใช้ระบบอะไรแต่เพิ่งมารู้ว่าเป็นแสงอาทิตย์และถูกโจรกรรมไปแล้ว แต่ยอมรับว่ามีความสามารถที่ที่ขึ้นไปเอาแบตเตอรี่ลงมาได้จากที่สูงราว 6 เมตร

แหล่งรับซื้อของเก่าหลายแหล่ง ให้ข้อมูลตรงกันว่า แบตเตอรี่บนเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์โครงการนี้น่าจะเป็นแบบลิเธียมราคาขายแบบนำไปใช้ต่อเฉลี่ยราว 1 หมื่นบาทต่อลูก ส่วนคนโจรกรรมไปขายนั้นอาจต้องการขายเร็วแค่ 2-3 พันบาทก็ยอมขายแล้ว

ส่วนแผงเซลล์นั้นมีแหล่งรับซื้อแต่ไม่เป็นที่เปิดเผยในวงกว้างเนื่องจากอาจถูกจับตาได้ ส่วนใหญ่จะออกไปนอกจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนตัวเสาขายเป็นโลหะรีไซเคิลธรรมดามีแหล่งรับซื้ออยู่ในจังหวัด

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสำนักงาน ปปช.นครศรีธรรมราช ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลทะเบียนพัสดุ และหน่วยงานเจ้าของซึ่งชัดเจนว่าเป็นสำนักงานปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช

ส่วนงบประมาณนั้นมาจากเงิน “งบพัฒนาจังหวัดอุดหนุนเพิ่มเติมเมื่อปี 2560” จากข้อมูลที่ปรากฏขณะนี้จึงมีคำถามถึงการละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการหรือไม่ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบชี้แจงในเร็ว ๆ นี้

ส่วนในการดำเนินคดีของ ปปช.นั้นได้รับสำนวนต่อจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยลงเลขรับที่ 10618 เมื่อวันที่ 8 เม.ย.65 มาจนถึงปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของ ปปช.ภาค 8 ครบ 2 ปีเมื่อวันที่ 8 เม.ย.67

สำหรับประเด็นคดีคือ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและกำหนดราคากลาง การพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และ การตรวจรับพัสดุ ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2540 เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2540 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 อันเข้าข่ายการกระทำความผิด ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน