นครศรีธรรมราช ปิดตำนานช้างป่าตัวตึง “พลายไข่นุ้ย” ออกอาละวาดกรุงชิง ก่อนถูกย้ายส่งศูนย์อนุบาลช้างพังงา เกิดภาพประทับใจยื่นงวงจับมือพี่เลี้ยง น้ำตาคลอเบ้า-ผูกพันนาน 8 เดือน
2 พ.ค. 67 – ที่ชายป่าหน่วยจัดการต้นน้ำคลองกลาย อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยสัตวแพทย์ กำลังเจ้าหน้าที่อุทยาน

และนายวิโรจน์ สุประดิษฐ์ หรือ “ควาญอ็อด” ควาญช้างผู้เชี่ยวชาญผู้ใช้วิชาควาญช้างเข้าช่วยควบคุม “พลายไข่นุ้ย” มาตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาหลังจากสามารถจับตัวไว้ได้และถูกคุมตัวรอการเคลื่อนย้ายที่บริเวณชายป่าดังกล่าว

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายช้างป่า “พลายไข่นุ้ย” ช้างตัวตึงที่อาละวาดในพื้นที่ อ.นบพิตำ นำตัวขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อ โดยใช้ช้างพี่เลี้ยงคือ “พลายเข็มทอง” ช้างพลายของควาญอ็อดควบคุมนำตัว “พลายไข่นุ้ย” ขึ้นรถบรรทุก ยืนประกบตลอดเวลา เพื่อเดินทางตามฤกษ์ของวิชาควาญช้าง ช่วงเวลาตี 1 หรือ 01.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 67 และเป็นช่วงที่อากาศคลายความร้อนและสะดวกกับการเดินทางของช้างดังกล่าว

ซึ่งก่อนออกเดินทางมีภาพประทับใจที่บีบหัวใจเจ้าหน้าที่ ทีมพี่เลี้ยงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน คอยไปหาอาหารมาให้ตลอด 8 เดือน กลายเป็นคนสนิทของ “พลายไข่นุ้ย” ที่ได้รับความไว้วางใจได้ยื่นงวงมาให้พี่เลี้ยงจับทุกคน คล้ายกับรู้ว่าจะออกเดินทาง เมื่อพี่เลี้ยงบอกให้เดินทางไปอยู่ในที่สบายกว่านี้ สังเกตได้ว่า “พลายไข่นุ้ย” มีน้ำตาคลอเบ้า ยิ่งทำให้พี่เลี้ยงที่มาส่งน้ำตาซึมไปด้วย และบอกเพียงว่าเป็นความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน

ขณะที่ นายเผด็จ ระบุว่า จากประสบการณ์การจับช้างไปปล่อยในพื้นที่ป่าจะสามารถเดินกลับมาในพื้นที่เดิมได้อีก เช่น “พลายไข่นุ้ย” มีวิสัยที่ผิดแปลกจากช้างป่าทั่วไป ที่จะสร้างความเดือดร้อนอีก จึงต้องเคลื่อนย้ายไปอยู่ในพื้นที่เฉพาะที่มีการดูแลอย่างดี มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยตลอดการเดินทางจะไม่มีการใช้ยาซึมเนื่องจากเป็นห่วงภาวะข้างเคียง

อย่างไรก็ตามมีควาญผู้เชี่ยวชาญติดตามขบวนขนย้าย มีสัตวแพทย์ มีรถน้ำคอยเติมความเย็น และให้ช้างพี่เลี้ยงคอยประกบดูแล “พลายไข่นุ้ย” ซึ่งเป็นช้างตัวตึงแห่งตำบลกรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักในพื้นที่เกษตรกรรม ผิดวิสัยช้างป่าทั่วไป โดยการเคลื่อนย้ายจะถึงคอกอนุบาลช้างป่าใช้เวลาประมาณ 6 ชม.ซึ่งที่มีพื้นที่ 4 ไร่ สภาพแวดล้อมเหมาะสม อยู่ในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา อ.เมือง จ.พังงา
สำหรับ คอกอนุบาลช้างป่าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา กรมอุทยานฯ ร่วมกับมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการจัดการและการดูแลสัตว์ป่าที่ลงนามเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 ที่ผ่านมา ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรช้างป่า การดูแลช้างป่าที่บาดเจ็บ การจัดหาสถานที่ดูแล รักษา และพักฟื้นช้างป่าให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ หรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงการพิจารณาแก้ไขปัญหาช้างป่ารบกวนประชาชนด้วย