ตำรวจไซเบอร์จับหนุ่มแสบ ลอบขายข้อมูลส่วนตัวนักเสี่ยงโชคออนไลน์กว่า 3 แสนราย สารภาพเคยเป็นแอดมินเว็บพนันฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ขายไปแล้วกว่า 10 ครั้ง
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา
เข้าจับกุมนายศราวุฒิ หรือจ๊าบ อายุ 26 ปี โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง จากการตรวจสอบ พบว่ามีไฟล์ข้อมูลของนักพนันออนไลน์ในเครื่องรวมกว่า 300,000 ราย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่ม เฟซบุ๊กแบบปิด (Private Group) มีการเสนอซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า สิ่งของที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งประกาศรับสมัครทำงานสีเทาต่างๆ โดยกลุ่มลับดังกล่าวมีสมาชิกกว่า 3 หมื่นคน
ซึ่งมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ประกาศขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากลุ่มการพนันออนไลน์ จำนวน 100,000 รายชื่อ ในราคา 2,500 บาท โดยข้อมูลที่ถูกนำมาขายนั้น ประกอบไปด้วยข้อมูล ชื่อ-สกุล หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคาร และ ไลน์ไอดี
เจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์ขายคือ นายศราวุฒิ หรือจ๊าบ จึงให้สายลับทดลองสั่งซื้อข้อมูลดังกล่าว แล้วนำข้อมูลที่ได้มาตรวจสอบ พบว่าทั้งชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ปรากฏในไฟล์ เป็นข้อมูลของบุคคลที่มีตัวตนจริง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับได้

จากการสอบสวน นายศราวุฒิ ให้การยอมรับว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเคยทำงานเป็นแอดมิน
และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดให้เว็บพนันออนไลน์ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน โดยทำหน้าที่ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์หรือไอดีไลน์ที่ทางหัวหน้างานให้มาเพื่อโปรโมตเว็บไซต์พนันออนไลน์
ส่วนข้อมูลบุคคลที่ตนได้มานั้น เป็นฐานข้อมูลของลูกค้าที่เคยสมัครเข้าไปเล่นพนันออนไลน์ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่หัวหน้าของตนเป็นคนดูแล โดยข้อมูลทั้ง 3 แสนรายในโทรศัพท์มือถือ ตนได้ขายให้ผู้อื่นไปแล้วกว่า 10 ครั้ง
นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลสามารถนำมาทำรายได้ได้ ส่วนใหญ่แอดมินของเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างๆ จึงมักลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามาเสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงแจ้งข้อหา ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ฐาน เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์ สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้
จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป