หนุ่มไอทีร้องสายไหมต้องรอด เป็นหนี้แค่ 35,000 แต่ถูกเจ้าหนี้โหดลวงออกมากระทืบรีดเงิน บังคับให้ชดใช้หนี้ยอดสูงถึง 6 แสนบาท

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2567 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นายพิพัฒน์พงศ์ อายุ 42 ปี ที่ปรึกษาด้านไอทีบริษัทแห่งหนึ่ง พาร่างกายที่มีขอบตา และใบหน้าบวมช้ำ เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด

นายพิพัฒน์พงศ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน ประกอบด้วย นายนุ นางโอ สามีภรรยาเจ้าหนี้ตน และกะเทย 1 คน บุกมาทวงหนี้ จำนวน 45,000 บาท ที่ห้องพักชั้น6 คอนโดมิเนียม ซอยลาดพร้าว18 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

ก่อนหน้านี้ตนกับเจ้าหนี้ เคยเป็นเพื่อนร่วมทำธุรกิจพระเครื่องด้วยกัน ตนยืมเงิน 45,000 บาท และชดใช้เงินไปแล้ว 10,000 บาท หนี้คงเหลือ 35,000 บาท ระหว่างนี้ตนช่วยซ่อมรถ ซ่อมบ้าน ให้เจ้าหนี้ คิดว่าจะเป็นการหักลบกลบหนี้ได้ กระทั้งเวลาผ่านมา 1 ปี เพื่อนที่เป็นเจ้าหนี้กลับมาทวงเงินจำนวนดังกล่าวอีกครั้ง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดถึง ตนคิดว่าเจ้าหนี้ยกหนี้ให้แล้ว โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมาเคาะประตูหน้าห้องเมื่อเปิดประตูออกไป เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คนพยายามที่จะวิ่งกรูข้ามา ตนจึงปิดประตูล็อคห้อง แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุถีบประตูพังเข้ามา และชกต่อย ฝั่งผู้ก่อเหตุพยายามที่จะเอาทรัพย์สินมีค่าของตนไป

ระหว่างเกิดเหตุมีชายชื่อว่าเบนซ์ ทราบว่าเป็น พี่น้องที่นับถือกับเจ้าหนี้โทรติดต่อมาหาเจ้าหนี้ แล้วบอกว่ากำลังมาที่เกิดเหตุ หลังจากเจ้าหนี้ทราบว่าชายคนชื่อเบนซ์กำลังจะมา เจ้าหนี้บอกกับตนว่าให้ออกไปข้างนอกดีกว่า เนื่องจากเกรงว่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ และอาจจะเป็นเรื่องใหญ่

หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนก็พาตนขึ้นรถเก๋งยาริส สีขาว ไม่ทราบทะเบียนขับออกจากคอนโดไป ระหว่างทางจอดรับชายชื่อเบนซ์ อายุประมาณ 35-40 ปีขึ้นมาบนรถ พร้อมกับมีการพยายามใช้ เศษผ้าหรืออะไรสักอย่างคลุมหัวเพื่อไม่ให้จดจำใบหน้าได้ พามาที่เซฟเฮาส์ย่านท่าน้ำนนท์ จ.นนทบุรี

ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนจะแยกตัวออกไป และปล่อยให้ชายคนชื่อเบนซ์ ทรมานข่มขู่รีดไถเงิน โดยชายชื่อเบนซ์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยนาวิกโยธิน และเริ่มใช้วิธีการทรมานที่แปลก อย่างเช่น เล่นเกมรูเล็ต ใช้กระสุน1นัดใส่เข้าไปในลูกโม่ จากนั้นก็หมุนลูกโม่แล้วเหนี่ยวไก

นายพิพัฒน์พงศ์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้จบลง หลังตนต่อรอง ขอผ่อนจ่าย จากเดิมทียอดหนี้อยู่ที่ 45,000 แต่กลับคิดยอดเดิมบวกกับดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 289,000 บาท และหากถ้าเป็นการผ่อน ก็จะคิดเพิ่มเป็นอีกเท่านึง ซึ่งคิดเป็นตัวเลขกลมๆคือ 600,000 บาท โดยสร้างข้อตกลงคือให้ผ่อนชำระเดือนละ 100,000 บาท ทุกวันที่ 18 ของเดือน ก่อนถูกปล่อยตัว

โดยตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากยอดหนี้เดิม 45,000 บาทตนใช้ไปแล้ว 10,000 บาทเหลือ 35,000 บาท แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าตนต้องมาใช้หนี้ ถึง 6 แสนบาท รวมทั้งถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมข่มขู่เอาชีวิต ครั้งนี้ตนจึงอยากมาร้องให้ทางสายไหมต้องรอดช่วยติดตามตัว ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องเรียน ได้ส่งให้ทีมงานลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ ก็พบว่าวงกบประตูถูกพังเข้าไปจริง หลังจากนั้นก็ได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าในวันเกิดเหตุมีกลุ่มผู้ก่อเหตุมาพังประตูเข้าไปจริง

และจากการสอบถามชาวบ้าน ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงๆ หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความที่สน.สุทธิสาร แล้วก็ประสานทางผู้กำกับให้เร่งรัดทางคดี เชื่อว่าตำรวจน่าจะจับตัวผู้ก่อเหตุมาได้อย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 12.30 น.นายเอกภพ พานายพิพัฒน์พงศ์ ผู้เสียหายเข้าพบพ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร และพนักงานสอบสวนสนสุทธิสารเข้าแจ้งความเรื่องที่เกิดเหตุขึ้น

พ.ต.อ.พรเทพ กล่าวว่า เบื้องต้นสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว ได้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อการติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด เนื่องจากรู้จักกลุ่มผู้ก่อเหตุ จะให้ผู้เสียหายไปชี้ที่เกิดเหตุตามจุดต่างๆ นอกจากนี้ยังให้ฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้ประกอบดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน