จับได้เพราะแชท ญาติร้อง เด็ก 12 โดนน้าเขยข้างบ้านย่ำยี ขู่ฆ่าถ้าเอาเรื่องไปบอกใคร เผยเด็ก ซึมเศร้า ย่าเค้น จนยอมบอกความจริง จี้ ตร.จับตัว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 พ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจาก นายเอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ข้าราชการครูที่ จ.จันทบุรี ให้ตรวจสอบความคืบหน้ากรณีที่ นางดำ (นามสมมติ) อายุ 67 ปี มารดาและเป็นย่าของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น โดยแจ้งความไว้ที่ สภ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น หลัง ด.ญ.บี ถูก นายปาย เพื่อนบ้าน ย่ำยี 5 ครั้ง เกรงว่าเรื่องจะเงียบและคนก่อเหตุจะลอยนวล
เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นางดำ (นามสมมติ) อายุ 67 ปี ย่าของด.ญ.บี ที่บ้านพักที่ อ.โนนศิลา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
นางดำ กล่าวว่า คนที่ก่อเหตุคือ นายปาย หลานเขย มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งเรื่องถูกเปิดเผยเพราะหลานชาย อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 เล่นเฟซบุ๊กและสามารถเข้ารหัสเฟซบุ๊กของ ด.ญ.บี ได้ พบข้อความในแชทของ ด.ญ.บี ที่พูดคุยกับนายปาย ในลักษณะข่มขู่ และชักชวนให้ออกไปหลับนอนกัน หลานชายจึงมาบอกให้ทราบ จึงรู้เรื่อง พอรู้เรื่องจึงเค้นเอาความจริงจากหลานสาว ที่กำลังซึมเศร้า ซึ่งหลานสาวยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง
“หลานสาวเล่าว่า ครั้งแรกที่ถูกย่ำยีนั้น เป็นช่วงสงกรานต์เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของโรงเรียนประจำหมู่บ้าน นายปายไปหาและหลอกล่อเข้าห้องน้ำ จนสำเร็จ 1 ครั้ง จากนั้นข่มขู่ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครถ้าบอกจะฆ่าทิ้ง หลานสาวจึงไม่กล้าบอกใคร จากนั้น นายปายหลอกล่อออกไปหาที่ทุ่งนา และทำต่ออีก 4 ครั้ง รวมเป็น 5 ครั้ง โดยที่หลานสาวยังไม่กล้าบอกใคร
อีกทั้งเป็นช่วงปิดเทอมหลานสาวกับเพื่อนจะไปเล่นที่โรงเรียน นายปายจึงหลอกล่อได้ง่าย ทำให้หลานสาวคุ้นเคยกับนายปาย ไม่คิดว่าจะถูกหลอกล่อ ที่ผ่านมานายปาย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานาน กลัวว่าจะย้อนมาลักพาตัวหลานสาวไป ซึ่งในเรื่องนี้จะปรึกษาครูอาจารย์ในโรงเรียนขอให้ช่วยสอดส่องอีกทางด้วย”
นางดำ กล่าวต่ออีกว่า หลังทราบรายละเอียดจากหลานสาว จึงไปหานายปายที่บ้าน แต่แม่ยายและภรรยานายปายไม่รับรู้ด้วย และนายปายก็ไม่อยู่บ้าน ไม่ได้พูดคุยกัน จึงแจ้งให้ลูกชายที่เป็นครู ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของหลานสาวทราบเรื่อง ลูกชายจึงให้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.โนนศิลา ให้จับกุมนายปายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย
ขณะที่ นายแดง (นามสมมติ) อายุ 75 ปี ปู่ของ ด.ญ.บี กล่าวว่า ปู่กับย่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย เพียงแต่สงสัยว่าช่วงปิดเทอม หลานสาวดูเศร้า ไม่สดชื่น ทั้งที่ก็ออกไปเล่นกับเพื่อนๆที่เรียนหนังสือด้วยกันตามปกติ แต่ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยจึงไม่ได้ถาม แต่เรื่องแดงเพราะหลานชายไปพบข้อความในแชท จึงมาบอกปู่กับย่า
จากนั้นจึงถามหลานสาว หลานสาวก็ยอมรับว่า ถูกย่ำยีในห้องน้ำโรงเรียนและที่กระท่อมในทุ่งนา และถูกข่มขู่ห้ามบอกใคร ถ้าบอกปู่ย่า จะโดนฆ่าทิ้ง หลานอายุเท่านี้จึงไม่กล้าพูดและเก็บไว้เป็นความลับ เชื่อฟังและไม่บอกใคร
แต่เมื่อหลานชายพบข้อความในแชทมาบอก จึงเค้นเอาความจริงจนหลานสาวเปิดปากทุกอย่าง ย่าจึงไปแจ้งความกับตำรวจ ให้จับนายปายเข้าคุก แต่นายปายยังไม่ถูกจับ ยังขี่รถจักรยานยนต์ไปมา จึงขอฝากถึงตำรวจ สภ.โนนศิลา ว่า ช่วยเร่งรัดจับกุมตัวนายปายเข้าคุกให้ด้วย เพราะเป็นคนอันตราย
ขณะที่ พ.ต.อ.สำเนาว์ กรุยกระโทก ผกก.สภ.โนนศิลา กล่าวว่า คดีดังกล่าวล่าสุดนั้น อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยาน หลักฐาน และจะนำตัว ด.ญ.เอ ไปพบอัยการ เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพทำการสอบสวนตามขั้นตอน จากนั้นจะขอให้ศาลออกหมายจับ เพื่อจับกุมนายปายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป