นึกว่าคลังยา จับหนุ่ม24ป่วยซึมเศร้า ผันตัวเองสั่งยาอันตราย ออกฤทธิ์ทางประสาทขาย อู้ฟู่วันละ3หมื่น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดแก๊สหัวเราะได้อีกเพียบ
วันที่ 7 มิ.ย.2567 ร.ต.อ.อำพร นิลบรรพ หน.ชปส.ตชด.434 ตำรวจ ตชด.434 พัทลุง เจ้าหน้าที่ สืบสวนการข่าว กอรมน.พัทลุง ชุด.ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองพัทลุง และชุดสืบสวน สภ.ป่าพะยอม นำหมายศาลจังหวัดพัทลุง เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ม.5 ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง
หลังสืบทราบว่าเจ้าของบ้านเลขที่ดังกล่าวเปิดบ้านขายยาออนไลน์ ก่อนจับกุมตัวนายภาณุเดช อายุ 24 ปี พร้อมยึดของกลางยาแผนปัจจุบันหลายรายการ โดยพบว่ายาทั้งหมดไม่มี อย.และมีการสั่งซื้อโดยตรงจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่สภ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

นึกว่าคลังยา จับหนุ่ม24 ป่วยซึมเศร้า ผันตัวเองสั่งยาอันตรายขาย อู้ฟู่วันละ3หมื่น ยึดแก๊สหัวเราะเพียบ
โดยนายภาณุเดช มีพฤติการณ์ลักลอบขายยาที่ผิดกฎหมายทุกอย่าง โดยขายกันในกลุ่มไลน์ และจัดส่งตามไปรษณีย์มีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท จัดส่งเป็นพัสดุส่วนมากกลุ่มลูกค้าเป็นนักศึกษาและกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงแต่ทั้งร้านของในจังหวัดพัทลุงลูกค้าส่วนมากจะเป็นกลุ่มนักศึกษา
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดแก๊สหัวเราะ หรือ แก๊สไนตรัสออกไซด์ จัดเป็นยาตามมาตรา 4(4) แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ตามกฎหมายถือเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์ กรณีมีผู้ผลิตหรือนำลูกโป่งอัดแก๊สไนตรัสออกไซด์(แก๊สหัวเราะ)ไปจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยา ในข้อหาจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากพบ
ในกรณีที่แก๊สไนตรัสออกไซด์ที่นำบรรจุนั้นเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับข้อหา 1.ฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิด มาตรา 35(5) ม.94 ม.149(2) ป.ยาเสพติด
2.ฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต ม.35(5) ม.94 ม.149(3) ป.ยาเสพติด 3.ฐาน จำหน่าย หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดมาตรา ม.34,ม.35,ม.91,ม.146 วรรคหนึ่ง ป.ยาเสพติด
4.ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิด ม.12 พรบ.ยา พ.ศ.2510 5.ฐานจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนตำรับ ผิด ม.72(4) พรบ.ยา พ.ศ.2510 สำหรับยาชนิดต่างที่มีอาการออกฤทธิ์ทางประสาท เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายภาณุเดช ได้นำมาผสม และจำหน่ายให้กลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง มาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งยาออกฤทธิ์ทางประสาทนั้นที่มีสูตรผสมต่างๆที่พบในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พบในพื้นที่จังหวัดพัทลุง
นายภาณุเดช ให้การสารภาพ อ้างว่าป่วยซึมเศร้า ส่วนยาทั้งหมดสั่งมาจากหลายประเทศ เช่น ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศรัสเซีย ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งส่วนหนึ่งได้ศึกษาจากในเน็ตจนรู้สรรพคุณของยาแต่ละตัว จึงได้ทดลองสั่งมาใช้กับตัวเอง เมื่อได้ผลก็จะสั่งมาจำนวนมาก เพื่อจำหน่าย ให้กับกลุ่มลูกค้า ที่เป็นเพื่อน และขายในระบบออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้
เภสัชกรหญิง ชุตินธร ไชยเพชร กล่าวว่า ยาพวกนี้ถ้าใช้อยู่ในการดูแลของหมอ หมอก็จะสั่งยาจากอาการของผู้ป่วย ดูว่าคนไข้อยู่ในอาการที่ควบคุมได้หรือไม่ หากอยู่ในอาการควบคุมไม่ได้ คนไข้ก็ต้องกลับไปพบหมอเพื่อปรับยาตามวิชาชีพ
หากคนไข้หายามาใช้เอง ยาบางตัวอาจจะเสริมฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ มันจะมีผลต่อระบบประสาท สมองอาจจะรวน ยาพวกนี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในสมอง นั้นคือเป้าหมายหลักของยาประเภทนี้ การใช้ยาต้องใช้ตามหมอสั่ง หากคนไข้ควบคุมอาการไม่ได้ควรไปพบหมอเพื่อปรับยาไปตามแนวทางการรักษา
ยาบางตัวหากใช้มั่วๆ ฤทธิ์ยาจะตีกันอาจจะเกิดฤทธิ์กับคนไข้หากรับยาเกินขนาดทำให้เกิดอาการง่วง และอาการข้างเคียง อาจจะมองเห็นเป็นภาพหลอน สิ่งที่หมอแนะนำคือหากคนไข้มีภาวะทางจิตใจควรไปพบแพทย์ ต้องเปิดใจกับหมอ การซื้อยามากินเองเป็นอันตรายต่อร่างกาย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผลข้างเคียงหลังใช้ยาชนิดต่างมีอะไรบ้าง ฉะนั้นต้องอยู่ในความดูแลของหมอเท่านั้น




