ลุงปืนดุขอมอบตัวกองปราบฯ หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า อ้างถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง วอนขอโอนคดี เพราะเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากกรณีเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ม.10 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เพื่อจับกุมนายสมชาย อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดหลังสวน ที่ 76/2567 ลงวันที่ 18 เม.ย.2567
ข้อหา “ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พยายามฆ่า” หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ทำร้ายชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ขับรถผ่านหน้าบ้านไปมา สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้าน แต่ระหว่างเข้าปิดล้อมตรวจค้น นายสมชายไหวตัวทันชิงหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปได้ก่อน ตามที่เคยเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มิ.ย.2567 นายสมชาย อายุ 56 ปี พร้อมด้วยนายเอกวีร์ เอกอัฏฐวัฒน์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว สว.กก.5 บก.ป. เพื่อเข้ามอบตัวต่อสู้คดี
โดยนายสมชาย เปิดเผยว่า ตนไม่เคยมีพฤติกรรมใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ชาวบ้าน หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในบ้านจริง แต่เป็นการยิงไล่นก หรือไล่สัตว์ที่เข้ามาในบ้าน ส่วนตัวก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านอีกด้วย
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ส่วนที่ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับนั้น ก็เพราะว่าถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจากตนเป็นเจ้าของสวนทุเรียน และสวนปาล์มกว่าร้อยไร่ ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจริง บางรายที่รุกล้ำเข้ามาขุดดินในพื้นที่ของตนเอง

เคยถูกขู่ฆ่า ทำร้าย ใช้อาวุธปืนจ่อหัว จึงจำเป็นต้องติดกล้องวงจรปิดเอาไว้รอบบ้าน เพื่อใช้บันทึกเป็นหลักฐาน และเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย เพราะที่ผ่านมามักถูกเจ้าหน้าที่เหล่านี้เข้ามากลั่นแกล้ง ขู่จะดำเนินคดีกับตน พร้อมยืนยันว่าเครื่องกระสุนปืนของกลาง ขนาด .22 ที่มีการตรวจยึดได้นั้นก็ไม่ใช่ของตนเองอย่างแน่นอน
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ที่ตัดสินใจมาเข้ามอบตัวกับกองปราบในวันนี้ เนื่องจากกลัวว่าถ้าไปมอบตัวกับตำรวจพื้นที่แล้วจะไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังอยากให้โอนคดีจาก สภ.สวี มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบฯด้วย เพราะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจท้องที่ เกรงจะถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้าน พ.ต.ท.กิติภูมิ กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำบันทึกมอบตัวแล้ว ก็จะเร่งประสานส่งตัวนายสมชายไปให้พนักงานสอบสวน สภ.สวี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป