นครศรีธรรมราช ชาวบ้าน รวมตัวฮึดสู้ นายทุน ออกโฉนดทับป่าชายเลน แหล่งอาศัยทำมาหากิน สู่ศาลปกครอง ตัดสินนายทุนถูกเพิกถอนโฉนด ผู้ถูกฟ้องอุทธรณ์ ฝากความหวัง ศาลปค.สูงสุดชี้ขาด กอ.รมน.ยกเป็นชุมชนตัวอย่าง พร้อมดูแลชาวบ้านพ้นภัยคุกคาม-ข่มขู่
11 มิ.ย. 67 – ที่อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการปิดป้าย “เราจะสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินของรัฐ” โดยชาวบ้านชุมชนในลุ่ม หมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล เป็นเครื่องยืนยันการต่อสู้ของชุมชนมาเกือบ 10 ปี

เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ปรากฏเจ้าของพื้นที่โดยการอ้างกรรมสิทธิ์การออกเอกสาร นส.4 จ.หรือ โฉนด ที่ชาวบ้านยืนยันว่า เป็นป่าชายเลนที่ชาวบ้านได้อาศัย และทำประมงมาเกือบ 100 ปี เป็นที่สาธารณะมีน้ำทะเลท่วมถึง แต่กลับมีการออกเอกสารสิทธิ์มาได้อย่างไร
โดยชาวบ้านได้รวมตัวขอความช่วยเหลือจากร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 สิชล เข้าร่วมตรวจสอบและนำไปสู่การร้องต่อสำนักนายกรัฐมนตรี จนมีการตรวจสอบ มีชาวบ้าน 66 ราย เป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง และผู้ถูกฟ้องคดีคือ อธิบดีกรมที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดินและผู้เกี่ยวข้องรวม 10 ราย จนกระทั่งศาลปกครองชั้นต้นให้ฝ่ายชาวบ้านชนะคดี สั่งให้กรมที่ดิน ตั้งคณะกรรมการ ตามมาตรา 61 เพื่อเพิกถอนการออกโฉนดทับที่ชายตลิ่งใน 180 วัน หลังคดีสิ้นสุด

โดยในคดีนี้ ผู้ถูกฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และอยู่ในระหว่างการพิจารณา การต่อสู้ของชาวบ้านยังคงยืนยันผ่านการปลูกฝังเยาวชนในท้องถิ่นให้เข้าร่วมปกป้องรักษาป่าชายเลน โดยการร่วมกันปลูกป่าอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังหวาดกลัวจากพฤติการณ์ข่มขู่ของบุคคลบางฝ่าย ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ยังเฝ้าติดตามดูแลชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ผ่านการร่วมทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
นายไพศาล คงกัด แกนนำผู้ฟ้องคดีได้ถ่ายทอดการต่อสู้ฟ้องคดีว่า มีหลักฐานเพียงชิ้นเดียวคือภาพถ่ายทางอากาศ กรมแผนที่ทหารที่ยืนยันชัดว่า พื้นที่นี้เป็นป่าชายเลน ไม่เคยมีการทำประโยชน์ส่วนที่มีความเปลี่ยนแปลงนั้น เกิดจากกรมเจ้าท่าได้ขุดลอกดูดทรายปากน้ำ แล้วนำทรายขึ้นมาทิ้งทำให้มีความสูงเพิ่มขึ้น สภาพพื้นที่ดีขึ้น จึงเป็นโอกาสให้นายทุนบางคนเข้ามาฉกฉวยหาช่องทางออกโฉนด

ขณะที่ นายชวน นวลเส้ง รองประธานชุมชน ระบุว่า การตัดสินจากศาลปกครองนั้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีความสุขมากขึ้น ชาวบ้านมีที่ทำประมง มีที่อาศัยแม้จะเป็นที่สาธารณะ แต่เราไม่ได้ต้องการครอบครองอาศัยทำประมงเล็กน้อย เมื่อถูกนายทุนเข้ามาทำเช่นนี้ ชาวบ้านต่างลำบาก มีความหวังกับศาลปกครองสูงสุด กว่า 385 ชีวิตมีความหวัง
ขณะที่ พ.อ.วิชาญ สาริกะพันธ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า ขณะนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ปรากฏไปแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นทางราชการหลายหน่วยงานในทุกพื้นที่จะต้องเอาเป็นตัวอย่างในการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ที่มีผลต่อไปยังเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยรวม ส่วนการคุกคามชาวบ้านในพื้นที่ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องยังคงจับตามองและยังดูแลชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง