เมื่อเวลา 8.45 น. วันที่ 12 มี.ค. ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากเสาส่งสัญญาณชุมสายโทรศัพท์จันทบุรี องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ถ.เลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ตำรวจชุดสืบสวน และแพทย์เวร โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี
ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังอาคารสำนักงานชุมสายโทรศัพท์ จันทบุรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยที่พื้นซีเมนต์ใกล้กับฐานเสาทาวเวอร์สำหรับใช้รับและส่งสัญญาณโทรศัพท์ระหว่างจังหวัด ที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร พบศพนายพชรพล วงศ์ทองคำ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/4 ม.11 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี สภาพนอนคว่ำหน้ากับพื้นปูน แขน และขาทั้งสองข้างหัก กะโหลกศีรษะยุบ ร่างกายบอบช้ำจากแรงกระแทกเลือดไหลนองพื้น สวมเสื้อและกางเกงขายาว สีกากี ของหน่วยราชการโดยยังสวมสะพายเป้สีดำติดไว้กับหลัง ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน 1กฉ-476 จันทบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต จอดอยู่บริเวณฐานเสาทาวเวอร์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ปัจจุบันนายพชรพลมีอาชีพเป็นพนักงานจ้างทั่วไป แผนกกองช่างเทศบาลเมืองจันทบุรี โดยเพื่อนพนักงานเทศบาลที่ใกล้ชิดกับนายพชรพล เปิดเผยถึงสาเหตุคาดว่า น่าจะเกิดจากการที่นายพชรพลมีอาการป่วยจากโรคซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน อดีตแฟนสาวที่เลิกลากันได้ประมาณ 1 ปีเศษ โทรศัพท์กลับมาหานายพชรพลซึ่งทำให้เป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้อาการที่ป่วยจากโรคซึมเศร้าอยู่ก่อน และอาจจะไม่ได้กินยารักษาอาการต่อเนื่อง หวนกลับคิดถึงอดีตแฟน และยังทำใจไม่ได้ จึงตัดสินใจคิดสั้น แอบเข้ามาปีนเสาทาวเวอร์สัญญาณโทรศัพท์ และกระโดดลงมาฆ่าตัวตายดังกล่าว
ขณะที่ นายปานทอง วรธรรม อายุ 52 ปี พนักงานรปภ. สำนักงานชุมสายโทรศัพท์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. ระหว่างที่กำลังเข้าเวรอยู่ ได้พบนายพชรพล ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปทางด้านหลังของสำนักงาน ซึ่งตนไม่ค่อยคุ้นหน้า จึงเดิมตามหลังไปเพื่อจะซักถามว่าเข้ามาทำอะไร จากนั้น ได้เห็นนายพชรพลกำลังปีนขึ้นไปอยู่บนกลางเสาทาวเวอร์ จึงได้ตะโกนถามว่าขึ้นไปทำอะไร แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
นายปานทอง กล่าวต่อว่า ตนจึงคิดว่า เป็นพนักงานตรวจสอบเสารับส่งสัญญาณโทรศัพท์ เนื่องจากเห็นว่าแต่งเครื่องแบบคล้ายกันเลยไม่สนใจ ก่อนจะเดินกลับไปที่ตู้ยาม ต่อมาไม่นานได้ยินเสียงกระแทกพื้นอย่างแรง ดังมาจากด้านหลังสำนักงาน จึงวิ่งมาดูก็พบว่า ชายคนที่ปีนขึ้นไปบนเสาทาวเวอร์ได้พลัดร่วงตกลงมากระแทกพื้นเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ตรวจสอบและบันทึกภาพที่เกิดเหตุ ไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เชิญตัวบุคคลใกล้ชิดมาสอบปากคำเพิ่มเติม ในการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งต่อไป


