เมื่อวันที่ 19 มี.ค. บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านหนองหล่ม 2 หมู่ ต.หนองเหล่า อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี รวมตัวกันถือป้ายเขียนข้อความต่างๆ อาทิ “ผู้ว่าอุบลฯช่วยยายด้วย ยายไม่เอาผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาทำงานเป็นผู้นำที่ขาดคุณธรรม” “ออกไป ออกไป เราไม่ต้องการผู้ใหญ่บ้านขี้โกง” “เอาเงินสงฆ์คืนมา” เพื่อประท้วงขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน ก่อนยื่นหนังสือร้องเรียนกับ นางวัชรี มีสารี ปลัดอาวุโส

นางเกษราภรณ์ นิยมการ กล่าวว่า ชาวบ้านรวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียน เพราะต้องการให้ตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และบริหารงานหมู่บ้านไม่โปร่งใส สร้างความแตกแยก แบ่งพรรค แบ่งพวก ขาดความสามัคคีปรองดองซึ่งกันและกัน และอาจจะยักยอกเงินโครงการต่างๆในหมู่บ้าน เนื่องจากไม่มีการนำรายละเอียดการใช้เงินงบประมาณต่างๆมาเปิดเผยและชี้เคยแจง ที่ชาวบ้านสงสัยว่าในโครงการ 9101 ที่ผู้ใหญ่เรียกเก็บเงินคืนจากค่าแรงจากชาวบ้านคนละ 300-900 บาท ทั้งที่โครงการนี้เป็นการนำเงินมาจ้างแรงงานให้ชาวบ้านมีรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน แล้วเหตุใดจึงมีการเรียกเงินคืนด้วย

ด้านพระอสิการ ปราโมทย์ เจ้าอาวาสวัดหนองหล่ม ซึ่งได้เดินทางมาร้องเรียนพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านอีก 1 คน โดยระบุว่าผู้ใหญ่บ้านคนนี้นำเงินของวัดไปฝากโดยใช้ชื่อ-นามสกุลของญาติพี่น้องไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยวัดและคณะกรรมการวัดไม่มีส่วนรู้เห็น ซึ่งเรื่องนี้ได้ส่งเรื่องร้องเรียนมายังอำเภอให้ตรวจสอบตั้งแต่ปี 2558 จนปัจจุบันก็เงียบหายไป ไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด มีแต่การเรียกมาไกล่เกลี่ยโดยในขณะนั้นนายอำเภอสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านนำเงินที่ชาวบ้านบริจาค 7 หมื่นบาทคืนให้วัด แต่ผู้ใหญ่กลับละเลยไม่ปฏิบัติตาม และพึ่งมาทราบว่าเอกสารต่างๆที่ร้องเรียนไปนั้นหายไปหมดเลย แล้วเจ้าหน้าที่กลับมาบอกว่าให้ร้องเรียนใหม่

“ที่ผ่านมาวัดติดตามทวงถามความคืบหน้ากับอำเภอมาโดยตลอด แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะชี้แจงแถมบอกให้ไปร้องที่ศาลากลางจังหวัด หรือจะทำอะไรก็เชิญ ปัจจุบันเงินของวัดที่ญาติโยมบริจาคก็ยังไม่ได้คืน หลังจากอำเภอไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ใหญ่บ้านกับวัดตั้งแต่ปี 2558 เรื่องก็น่าจะจบ แต่ปรากฎว่าต่อมาก็มีคำพูดหยาบคาย เสียดสีพระ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดขึ้น สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดไม่น่าเกิดขึ้นกับพระก็คือ มีการเอาอุจจาระแอบมาใส่ในบาตรตอนกลางคืน บางครั้งก็เอาชุดชั้นในของผู้หญิงมาทิ้งไว้ตามกุฏิพระและสามเณร ซึ่งทั้งหมดสงสัยว่าน่าจะเป็นพฤติกรรมกลุ่มคนที่ถูกร้องเรียน”

ส่วนนางวัชรี กล่าวว่า ขอเวลาให้อำเภอได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ตามข้อร้องเรียนทั้งหมดก่อน เพื่อจะได้เร่งดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งชาวบ้านที่มาร้องเรียนได้รับคำชี้แจงแล้วต่างพอใจ จึงพากันเดินทางกลับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน