จากกรณีคนร้ายใช้ของแข็งทุบศีรษะพระสมศรี อภิวณโณ หรือหลวงตาศรี อายุ 63 ปี พระลูกวัดหัวสะพานร่วมใจ หมู่ 7 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ก่อนจะชิงทรัพย์สินเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ แบบ 4 ประตู สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน กบ 8620 พิษณุโลก ซึ่งเป็นรถของทางวัดหลบหนีไป เมื่อวันที่ 24 มี.ค. กระทั่งมีชาวบ้านมาพบหลวงตาศรีนอนหมดสติ เลือดไหลอาบเปรอะเปื้อนจีวร ร่างกายสะบักสะบอมก่อนมรณภาพในที่สุด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ตำรวจเร่งไล่ล่า! คนใจบาปทุบหัวพระมรณภาพ เหตุเตือนขี้เมาในวัด

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ดีมาก รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ หฤรักษ์ ผกก.สภ.วังทอง พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนและตำรวจชุดคอมมานโด ภาค 6 ควบคุมตัวนายมาฆะตา สีใส อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/7 ต.ขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังจากติดตามไปจับกุมได้ขณะหลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่บ้านญาติในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านและลูกศิษย์วัดที่ทราบข่าวเดินทางมาดูหน้าคนร้ายและส่งเสียงสาปแช่งอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังบริเวณโดยรอบและกั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้ หวั่นจะเกิดความชุลมุนหรือมีคนเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

เบื้องต้น นายมาฆะตา สีใส ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเข้ามาในวัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเที่ยง เพื่อจะขอเข้ามาบวชเป็นพระ เพราะรู้จักคุ้นเคยกับหลวงตาศรีเป็นอย่างดี ก่อนจะซื้อสุรามานั่งดื่มกินจนเมาได้ที่ แล้วไปนั่งกินต่อที่กุฏิของหลวงตาศรีจนมืดค่ำ ซึ่งหลวงตาศรีชักชวนตนเองเปิดทีวีดูการแข่งขันชกมวย

อีกทั้งยังพูดจาท้าทายตนว่า “มวยแพ้ฉันไม่แพ้” จึงสร้างความโกรธแค้นโมโหสุดขีด คว้าแท่งเทียนไขขนาดใหญ่ยาวกว่า 2 ฟุต กระหน่ำตีที่ศีรษะของหลวงตาศรีแบบไม่ยั้งมือ จนเทียนหักสลบแน่นิ่งไปต่อหน้า จากนั้นขโมยกุญแจรถกระบะที่แขวนอยู่หน้ากุฏิไปไขเปิดประตูรถของวัดขับหลบหนีไปกับความมืด ทั้งนี้ตนก็ไม่ทราบว่าหลวงตาศรีจะถึงขั้นมรณภาพ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด

ภาพบางส่วนจาก phitsanulokhotnews

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน