บิ๊กเต่า เผยผลสอบเบื้องต้นพบตำรวจน้ำบกพร่องในหน้าที่ ปมเรือน้ำมันเถื่อนหาย 3 ลำ เตรียมออกมาจับลูกเรือ 17 คน พบมีการวางแผนหลบหนี

วันที่ 13 มิ.ย. 67 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก พร้อมด้วย พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.5 บก.รน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าหาข้อเท็จจริง เรือบรรทุกน้ำมันหาย 3 ลำ ณ ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยใช้เวลาประชุมนานเกือบ 3 ชั่วโมง

หลังจากนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยหลังการประชุมว่า หลังจากสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำชุดที่เข้าเวร พบว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ยังไม่สมบูรณ์ ตามหน้าที่ไม่ครบถ้วน หรือพูดง่าย ๆว่า ไม่ทำหน้าที่ จนทำให้เกิดความเสียหาย จำนวน 2-3 คน โดยจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะนี้ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวน ของ ปปป. คู่ขนานไปกับตำรวจน้ำ ซึ่ง ปป.จะทำการสืบสวนเมื่อพบความผิดก็จะแจ้งข้อหา ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่สมบูรณ์ถือว่าเข้าข่าย 157 พร้อมจะมีการขยายผลและไม่หยุดดำเนินคดีเพียงแค่นี้ อีกทั้งจะเร่งตามทรัพย์สินกลับคืนมา

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนิน 157 ไม่รวมถึง นายตำรวจทั้ง 5 นาย ที่มีการออกคำสั่งให้ช่วยราชการ และจะมีการสอบสวนทั้ง 5 นายว่าใครที่ ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้วหรือไม่ จากนี้จะมีการทำหนังสือเรียกลูกเรือทั้ง 17 คน เข้ามารายงานตัวและสอบปากคำลูกเรือทุกคน ในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายนนี้ ที่ ปอส. กทม.

เจ้าหน้าชุดสืบสวนของกองปราบอยู่หว่างการสกรีนรูปภาพจากกล้องวงจรปิดว่ามีลูกเรือคนไหนอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ทั้งนี้เชื่อว่าลูกเรือทั้ง 17 คน ไปกับเรือทั้ง 3 ลำ ขณะนี้อยู่ในขั้นการรวบรวมหลักฐาน ซึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าในช่วงเย็นก่อนเรือจะหาย ลูกเรือมีการขนของในช่วงเย็น โดยในส่วนตรงนี้จะมีการออกหมายจับลูกเรือในชุดแรก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทางเทคนิคและใต้ดิน ซึ่งทางใต้ดินมีความเชื่อมโยงว่าเรือทั้ง 3 ลำจะข้ามน่านน้ำไทย และเรือทั้ง 3 ลำไม่มีการติดจีพีเอส และดาวเทียมอย่างแน่นอน เชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการวางแผนเอาไว้และมีการนำเครื่องมืออื่นมาใส่ในการเดินเรือแทน อีกทั้งอาจจะมีการเดินเรือด้วยการยิงดาวเทียมไว้ก่อน โดยจะเร่งออกหมายจับให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิด เกิดจากเจ้าหน้าตำรวจน้ำทำงานบกพร่อง

ด้าน พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า สำหรับคดีน้ำมันนี้เป็นคดีของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตอนน้้นที่เราจับกุมเรามีข้อมูลว่าเอามาจากไหน จะเอาไปที่ไหน ซึ่งเรามีข้อมูลอยู่ ซึ่งตอนจับกุมอยู่บริเวณน่านน้ำสากล พฤติกรรมนั้นจะรับน้ำมันจากเรือใหญ่ แล้วนำเข้าหลายจุดในอ่าวไทย เช่น เพชรบุรี สมุทรสาคร และทางตอนใต้ ส่วนจะมีการพัวพันคนชื่อโจ้ ไหม ขออยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวร รายงานมายังสารวัตรตำรวจน้ำสัตหีบว่าเกิดเหตุการณ์คลื่นลมแรง จึงขออนุญาตนำเรือออกไปลอยลำทอดสมอ ห่างจากสะพาน 100 เมตร เพื่อป้องกันสะพานและเรือน้ำมันของกลางได้รับความเสียหายจากคลื่นลมแรง ในช่วงเย็นของวันที่ 8 มิถุนายน 2567

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน