ล่าระทึก ปิกอัพ แต่งซิ่ง เติมน้ำมันแล้วหนี ก่อเหตุมาแล้ว 3 จังหวัด ตำรวจตามรวบถึงห้องเช่า จับได้ทำทีเป็นลม ให้การรับสารภาพ เปิดไทม์ไลน์วันก่อเหตุ

จากกรณี รถปิกอัพ สีขาว ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ ออนิว ด้านหน้าติดทะเบียนป้ายแดง ด้านหลังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระจกด้านซ้ายติดสติ๊กเกอร์เขียนคำว่า “ห้ามเข้า” สภาพแต่งซิ่งที่เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊มน้ำมันแต่ไม่จ่ายเงิน

ก่อนจะเร่งเครื่องหนีจนควันดำ และมีเด็กปั๊มเกาะท้ายรถไปก่อนจะตกลงบนถนนพระราม 2 ได้รับบาดเจ็บที่แขน 1 ราย คือ นายถัด อายุ 25 ปี ถูกพาตัวไปทำแผล เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าระทึก ปิกอัพ แต่งซิ่ง เติมน้ำมันแล้วหนี ก่อเหตุมาแล้ว 3 จังหวัด ตำรวจตามรวบถึงห้องเช่า จับได้ทำทีเป็นลม ให้การรับสารภาพ เปิดไทม์ไลน์วันก่อเหตุ

ล่าระทึก ปิกอัพ แต่งซิ่ง เติมน้ำมันแล้วหนี ก่อเหตุมาแล้ว 3 จังหวัด ตำรวจตามรวบถึงห้องเช่า จับได้ทำทีเป็นลม ให้การรับสารภาพ เปิดไทม์ไลน์วันก่อเหตุ

วันที่ 19 มิ.ย.2567 พ.ต.ท.ปัญญาวัฒน์ ตรีทศธรรม สว.(สืบสวน) สภ.ยี่สาร พร้อมชุดสืบสวน สภ.ยี่สาร สนธิกำลัง พ.ต.ท.นิคม นามรักษ์ สว.สส.ภ.จว.สมุทรสงคราม ชุดสืบสวน ภ.จว.สมุทรสงคราม และตำรวจทางหลวง ได้ประสานข้อมูลจากตำรวจภูธรภาค 7 และกองปราบปราม

จนพบสัญญาณโทรศัพท์ของ นายณัฐวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาวต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม เลขที่ มจ.76/2567 ว่า วนเวียนอยู่ในพื้นที่ จึงวางแผนกระจายกำลังติดตามค้นหา

กระทั่งพบรถปิกอัพต้องสงสัยจอดคลุมผ้าปิดป้ายทะเบียน กระจกด้านซ้ายติดสติ๊กเกอร์เขียนคำว่า “ห้ามเข้า” สภาพแต่งซิ่ง ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ เมื่อเปิดผ้าออกพบว่าเปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็นป้ายขาว ทะเบียน บฉ4231 สมุทรสงคราม

ซึ่งป้ายนี้ชุดสืบสวน สภ.ยี่สาร ได้ทราบข้อมูลมาก่อนแล้ว และใช้ในการออกหมายจับ จอดอยู่หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ม.3 เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบแกลลอนน้ำมัน และ น้ำมันเครื่อง ต่อมาทราบว่านายณัฐวุฒิได้เข้าไปซ่อนตัวในห้องเช่าที่อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่นายณัฐวุฒิก็ไม่ยอมมอบตัว

กระทั่ง นายณัฐวุฒิ ทุบกระจกห้องน้ำกระโดดลงร่องน้ำ และวิ่งหนีเข้าไปในหมู่บ้านทะลุเข้าป่ารกชัฏ เจ้าหน้าที่ชุดสือบสวน สภ.ยี่สาร วิ่งไล่กวดติดตามจนตามจับตัวได้ในป่าละเมาะในหมู่บ้านสภาพเหนื่อยหอบทั้งตำรวจ และ นายณัฐวุฒิ ที่เนื้อตัวเปื้อนโคลน และทำท่าจะเป็นลม เจ้าหน้าที่จึงให้นั่งพักผ่อน ก่อนจะพาตัวมาชี้ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ

ซึ่งนายณัฐวุฒิยังคงนิ่งเงียบโดยไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จึงนำตัวไปสอบสวน สภ.ยี่สาร เบื้องต้นรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง และก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายพื้นที่ทั้งใน จ.ราชบุรี จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม

ประกอบด้วย วันที่ 6 มิ.ย.67 ก่อเหตุพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว, วันที่ 9 มิ.ย.67 ก่อเหตุพื้นที่ สภ.บางโทรัด, วันที่ 9 มิ.ย.67 ก่อเหตุพื้นที่ สภ.ปากท่อ, วันที่ 13 มิ.ย.67 ก่อเหตุพื้นที่ สภ.ปากท่อ, วันที่ 14 มิ.ย.67 ก่อเหตุพื้นที่ สภ.ปากท่อ และ วันที่ 16 มิ.ย. 2567 ก่อเหตุ สภ.ยี่สาร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม และทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น” ส่วน สภ.บางโทรัด, สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จะอายัดตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน