ครูขอนแก่นแสบ หลอกซื้อดาวน์รถยนต์แบบขอไม่ทำสัญญาอ้างติดแบล็กลิสต์ ใช้หน้าที่การงานหลอกเจ้าของรถ สูญร่วม 7 คัน ก่อนอ้างให้คนยืมและนำไปจำนำ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียนจากนายชาญชัย แก้วทูลศรี อายุ 46 ปี ว่าถูกคนร้ายเป็นข้าราชการครูหลอกซื้อดาวน์รถ ก่อนจะหายตัวไป โดยได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ แล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า

นายชาญชัย กล่าวว่า เป็นเจ้าของรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียนขข-2321 นครสวรรค์ ที่เช่าซื้อมาจากบริษัทลิสซิ่ง สาขานครสวรรค์ ต่อมาได้ถูกครูวิชาคอมพิวเตอร์ ประจำวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มาซื้อต่อด้วยการขายดาวน์ ในราคา 60,000 บาท

แต่เมื่อครูคนดังกล่าวรับรถไปแล้ว กลับนำไปจำนำต่อ โดยไม่ยอมส่งค่างวดรถให้ จึงนำหลักฐานการทำสัญญาเช่าซื้อ มาแจ้งความกับตำรวจสภ.บ้านไผ่ ให้ติดตามจับกุมครูรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ด้วย

ขณะที่เวลาไล่เลี่ยกัน นายธวัชชัย วิสิงเศษ อายุ 22 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน หลังได้นำรถยนต์กระบะ ฟอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 ฒร-362 กรุงเทพฯ มาตกลงขายดาวน์กันที่ ราคา 45,000 บาท เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว

จึงทำสัญญาซื้อขายกัน โดยในสัญญาระบุไว้ว่า ขายดาวน์ 45,000 บาท จ่าย 2 ครั้ง ครั้งแรกจ่าย 20,000 บาท ส่วนที่เหลือ 25,000 บาทจ่ายสิ้นเดือน และได้ส่งรถให้ครู ที่บ้านพักภายในวิทยาลัย ในเขต อ.บ้านไผ่

นายธวัชชัย กล่าวว่า การซื้อขายรถคันดังกล่าว มีข้อตกลงกัน โดยให้ครูจ่ายค่างวดรถทุกวันที่ 20 ของเดือน ซึ่งครูต้องจ่ายในวันที่ 20 พ.ค และให้ครูหาคนค้ำประกันการซื้อรถ 1 คน ในวันทำสัญญาวันที่ 24 พ.ค. ครูรับปากจะทำตามข้อตกลง โดยยืนยันว่าไม่ต้องห่วงค่างวดรถ เพราครูมาอาชีพเสริม

รับติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วภาคอีสาน จึงไม่มีปัญหา และไม่ต้องเปลี่ยนสัญญา แต่สุดท้ายพบพิรุธ เพราะครูไม่จ่ายค่างวดรถ และไม่หาคนมาค้ำประกัน เมื่อมาดูรถที่บ้านพักครู ก็ไม่เห็นรถแล้ว ซึ่งครูบอกว่า เอารถไปจำนำกับเพื่อน ในราคา 50,000 บาท และติดต่อเพื่อนไม่ได้ จึงรู้ว่าครูไม่ทำตามข้อตกลง จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.บ้านไผ่ ให้ติดตามหารถ และจับกุมครูมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ทราบตำรวจว่า มีการเรียกครูรายดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่มีการจับกุม ซึ่งยังทราบอีกว่า มีผู้เสียหายอีกประมาณ 5 รายที่ถูกครูรายเดียวกัน ทำวิธีการเดียวกัน แล้วเอารถที่ซื้อดาวน์มาไปจำนำต่อ แล้วก็มาบอกว่า ติดต่อคนที่จำนำรถไม่ได้ โดยอ้างว่ารู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ซื้อขายกันโดยไม่ได้ขอที่อยู่

และเบอร์โทรศัพท์ เหมือนเป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบ และไม่ทำตามข้อตกลง ในฐานะผู้เสียหายและขายดาวน์ แม้จะผ่อนเพียงกุญแจและเสียเครดิต ก็ต้องยอมรับ ขอเพียงตำรวจ จับครูรายดังกล่าวเข้าคุก เพราะไม่เช่นนั้น ครูก็จะทำแบบนี้กับประชาชนที่เดือดร้อนอีกต่อไป”

ขณะที่ พ.ต.ท.มนตรี สุปะตำ รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน รับการประสานจากพนักงานสอบสวน ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่เจ้าของรถแจ้งความไว้ ปรากฏว่า รถทุกคันที่ซื้อดาวน์มานั้น ไม่อยู่กับครูแล้ว จึงเชิญครูมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ

ในเบื้องต้นทราบว่าครูยอมรับว่า ซื้อรถยนต์กระบะที่ขายดาวน์มาจริง และนำรถไปให้ญาติพี่น้อง และเพื่อนใช้ บางคันก็นำไปจำนำกับเพื่อน แล้วไม่สามารถติดต่อกับคนที่ใช้รถได้ หลังการสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ และปล่อยตัวชั่วคราว

เนื่องจากครูไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและมีที่พักอาศัยที่เป็นหลักแหล่ง และขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการติดตามสืบสวนหารถยนต์และคนที่นำรถไปใช้มาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน