แท็กซี่ ทำมึนหลังขับชน จยย. ลากติดล้อไกลกว่า 1 กม. เวรกรรมตามทันเสียหลักฟาดเสาไฟฟ้า ระทึกคนขี่ จยย.บาดเจ็บ ขึ้นรถพลเมืองดีไล่ตาม
นนทบุรี : เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 4 ก.ค.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบ หลังรับแจ้งรถแท็กซี่เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดเชิงสะพานพระราม 4 ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จึงเร่งเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบ รถแท็กซี่สีชมพู-ขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในร่องกลางถนนคนขับยังนั่งอยู่ภายในรถ ใกล้กันพบรถ จยย. ยามาฮ่า อาร์ 15 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพรถพังเสียหายล้มคว่ำอยู่
ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยพยายามพูดคุยเรียกคนขับแท็กซี่ที่อยู่ในรถ แต่มีท่าทางคล้ายหมดสติโดยไม่ลืมตา ให้การว่าเจ็บบริเวณช่วงหน้าอก จึงช่วยกันนำตัวออกมาจากรถก่อนนำส่งโรงพยาบาล
โดยเหตุการณ์นี้พลเมืองดี ให้ข้อมูลว่า รถทั้ง 2 คัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบนสะพานพระราม 4 มาก่อน โดยได้ถ่ายคลิปขณะที่รถแท็กซี่คันดังกล่าวลากรถ จยย.ลงมาจากสะพานพระราม 4 จนมาถึงเชิงสะพานดังกล่าว
สอบถาม นายเจริญพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พนักงานเอกชน เปิดเผยว่า ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงาน มาจากถนนชัยพฤกษ์ มาถึงทางเบี่ยงแยกลงสะพานพระราม 4 ทางลงเทศบาลปากเกร็ด เห็นมีรถเปิดไฟกะพริบซึ่งกำลังจะขี่ผ่าน แต่จังหวะนั้นเห็นรถแท็กซี่ ขับถอยหลังชนรถ จยย.ที่ล้มอยู่ ก่อนเดินหน้าชนรถ จยย.อีกครั้ง เป็นเหตุให้รถ จยย.เกี่ยวติดไปกับรถแท็กซี่
หลังจากนั้นตนถ่ายคลิปเอาไว้ เห็นว่ารถแท็กซี่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จึงตัดสินใจขี่รถตรงไปเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่โบกรถอยู่หน้าห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ขณะนั้นได้หันหลังกลับมามองเห็นว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวเหมือนพยายามเบี่ยงซ้ายเข้าไปที่ขอบฟุตปาธเพื่อให้มอเตอร์ไซค์ไปชนแล้วหลุดออกจากตัวรถ
แต่กลายเป็นว่ารถแท็กซี่เสียหลักพุ่งเข้าไปในร่องกลางถนนทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยมาถึง พยายามเรียกคนขับแท็กซี่แต่เหมือนว่าเจ้าตัวไม่อยากคุยด้วย นั่งหลับตาตลอดพูดว่าเจ็บหน้าอก
กระทั่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวออกมาจากรถและส่งโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์นี้ตนอยากจะฝากบอกกับคนใช้รถใช้ถนนว่ามีเหตุการณ์อะไรค่อยๆพูดคุยกันอย่าใช้อารมณ์ ซึ่งจะไม่ปลอดภัยกับคนอื่นที่ใช้ถนนร่วมกัน
นายวัชรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี คนขับรถจยย.ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนขี่รถ จยย. ออกจากบ้านย่านบางบัวทอง เมื่อมาถึงบนสะพานพระราม 4 รถเริ่มชะลอตัว ตนขับอยู่เลนกลาง ส่วนแท็กซี่ขับอยู่เลนขวาสุด ก่อนปาดจากเลนขวาเข้ามาเลนกลางตัดหน้าทำให้ตนตกใจเกือบเกิดอุบัติเหตุ
หลังจากนั้นตนขี่รถไปจอดขวางบริเวณหน้ารถแท็กซี่ไว้เพื่อพูดคุยสอบถามว่าทำไมถึงขับรถแบบนี้ แต่รถแท็กซี่เร่งเครื่องชนรถ จยย.ตนจนล้มลง และขับไปตนจึงต้องขี่รถตามหลังรถแท็กซี่คันดังกล่าว พร้อมกับตะโกนด่าทอเพื่อจะให้รถแท็กซี่จอด
แต่จู่ๆ รถแท็กซี่จอดและถอยหลังพุ่งชนตนอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ขับต่อไปอีก ซึ่งตนไม่ละความพยามขี่รถ จยย.ที่ได้รับความเสียหายแล้วแต่ยังพอขับขี่ได้ตามไปต่อ จนมาถึงจุดที่ 3 รถแท็กซี่ยังคงเห็นว่าตนตามจึงถอยหลังพุ่งชนอีกครั้งอย่างแรง จนตนเองต้องกระโดดขึ้นไปบนขอบสะพานเพื่อหลบ
หลังจากนั้น รถแท็กซี่คันดังกล่าว เร่งเครื่องหลบหนีแต่ตัวรถ จยย. ไปเกี่ยวที่ล้อหลังฝั่งซ้ายของรถเขาทำให้ถูกลากไปตลอดทาง ซึ่งขณะนั้นน้องพลเมืองดีพาตนซ้อนท้ายตามและถ่ายคลิปเก็บไว้ จนกระทั่งรถแท็กซี่ลากมาถึงทางลงสะพานพระราม 4 เข้าใจว่ารถแท็กซี่พยายามจะเอารถ จยย. ออกให้ได้โดยใช้วิธีขับเบียดเข้าข้างทาง แต่รถกับเสียหลักพุ่งเข้าไปร่องกลางถนนจนไม่สามารถไปต่อได้
หลังเกิดเหตุตนเห็นว่าคนขับอยู่ในรถโดยคาดเข็มขัดนิรภัย แต่อยู่ในลักษณะหลับตาตนเองคิดว่าเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ส่วนตนรับบาดเจ็บที่ขาและหลังมือ หลังจากนี้ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป


