กกล.บูรพา สระแก้ว ศุลกากร รวบหนุ่มขับรถบรรทุก ขนยาเคตามีน 100 กิโลกรัม ค่ากว่า 100 ล้านบาท จากฝั่งกัมพูชาเข้าไทย อ้างนึกว่าขนสินค้าตีกลับ
เมื่อวันที่ 5 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา18.00 น.วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณสี่แยกศุลกากรหนองเอี่ยน จุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว สั่งการให้ พ.อ.กรินทร์ อุตสาหะ ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่13
ร่วมกับ นางจารุวรรณ เหมยากร นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว
จัดกำลังมาร่วมในการตรวจค้นปฏิบัติภารกิจ ที่จุดตรวจร่วม บริเวณ สี่แยกศุลกากรหนองเอี่ยน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อทำการตรวจยานพานะที่เข้า – ออก ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา โดยเรียกตรวจรถบรรทุก เลขทะเบียน 70-1900 สระแก้ว มี นายวายุ อายุ 27 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้ขับขี่ข้ามแดนมาจากฝั่งประเทศกัมพูชา โดยผู้ขับขี่มีอาการพิรุธ จึงขอตรวจค้นโดยละเอียด
จากการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวพบกล่องกระดาษ จำนวน 6 กล่อง มีห่อพลาสติกจำนวน 20 ห่อ บรรจุอยู่ภายใน สงสัยว่าจะเป็นยาเสพติดจึงตรวจยึด และให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
ตรวจสอบในขั้นต้น พบเป็นสารเสพติดประเภทที่ 1 คาดว่าเป็นยาเคตามีน บรรจุในถุงพลาสติกสีขาวมัดเป็นมัดๆ มัดละ 5 กิโลกรัม จำนวน 20 มัด น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเบาะด้านหลังคนขับ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จึงจับกุมตัว พร้อมยึดของกลางทั้งหมด ส่งให้กับ สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายวายุ อ้างว่า ไม่รู้ว่ากล่องลังสินค้าที่อยู่ด้านหลังคนขับเป็นยาเคตามีน รู้แต่ว่าเป็นสินค้าที่ถูกตีกลับ เพื่อไปส่งคืนที่โรงงานสีแห่งหนึ่ง ที่จ.ชลบุรี เท่านั้น ซึ่งคำกล่าวอ้างของนายวายุ จนท.ยังไม่ปักใจเชื่อ
ด้านพล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ที่ลงมาควบคุมและสั่งการด้วยตนเอง กล่าวว่า เนื่องจากการจับกุมยาเสพติดครั้งนี้ค่อนข้างมีจำนวนเยอะ ขอชื่นชมทุกหน่วยที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ความสงบเรียบร้อย ปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน ของจังหวัดสระแก้ว และประชาชนทั่วประเทศ เป็นสำคัญ
ซึ่งในวันนี้ก็ร่วมกันจับกุมเคตามีน จำนวน 100 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ได้ที่ด่านหนองเอี่ยน ซึ่ง ยาเสพติดจำนวนนี้หากหลุดไปก็คงจะไปทำลายชีวิต ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทำลายศักยภาพของลูกหลานของเรา ซึ่งเป็นอนาคตของชาติอย่างนับไม่ถ้วน ตรงนี้คงจะประเมินหรือนับเป็นมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสังคมไทย หรือต่อชาติบ้านเมืองของเราไม่ได้
การจับกุมในครั้งนี้ ก็ถือเป็นสิ่งที่ได้แสดงให้เห็นว่า น้องๆ เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนของเราก็ได้ทุ่มเทความพยายาม ร่วมกันทำหน้าที่ เพื่อความอยู่ดีมีสุขและความเรียบร้อยปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน อย่างเต็มความสามารถ



