นครราชสีมา ควบคุมโรคที่ 9 เผย แจ้งพบผู้ป่วย 4 จังหวัดอีสานใต้ ผู้สัมผัสสัตว์ใกล้ชิด เสี่ยงติดเชื้ออีกนับร้อยคน
5 ก.ค. 67 – นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าว่า ประเทศไทย ช่วง 9 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 66 – 3 กรกฎาคม 67 พบรายงานผลบวกโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ จำนวน 263 ตัว
โดยพบมากที่สุดในสุนัข รองลงมาคือ โค และ แมว โดยปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 1 ราย ที่ จ.ยโสธร ถูกสุนัขอายุ 3 เดือนที่ตนเองเลี้ยงไว้กัด และไม่ไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ขณะที่สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า เขตสุขภาพที่ 9 ช่วง 9 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 66 – 3 กรกฎาคม 67 พบรายงานผลบวกของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ จำนวน 32 ตัว เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.สุรินทร์ พบสัตว์ติดเชื้อ 18 ตัวอย่าง โดยตรวจพบในสุนัข 9 ตัว , โค 8 ตัว และกระบือ 1 ตัว ซึ่งมีผู้สัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 156 ราย
รองลงมาคือ จ.บุรีรัมย์ พบสัตว์ติดเชื้อ 11 ตัวอย่าง ในสุนัข 10 ตัว และ กระบือ 1 ตัว มีผู้สัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 70 ราย ส่วน จ.ชัยภูมิ พบสัตว์ติดเชื้อ 2 ตัวอย่าง ในสุนัข 2 ตัว มีผู้สัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 16 ราย และ จ.นครราชสีมา พบสัตว์ติดเชื้อ 1 ตัวอย่าง จากสุนัข 1 ตัว และมีผู้สัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 13 ราย
ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว โค กระบือ หนู กระรอก กระต่าย ลิง ค้างคาว ในประเทศไทยมักพบในสุนัข แมว โค และกระบือ ทั้งนี้ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อนี้แล้ว ต้องเสียชีวิตทุกราย
โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผลที่ถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน หรือเลียบริเวณเยื่อบุตา และปาก ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ
รวมถึงกรณีที่มีผู้นำ เนื้อโค-กระบือ ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ามาชำแหละขาย หรือปรุงเป็นอาหารนั้น มีความเสี่ยงติดเชื้อเมื่อสัมผัสเลือดและเนื้อสัตว์เหล่านั้นได้ ดังนั้น อย่าเสียดาย เมื่อพบสัตว์ป่วยตาย ห้ามชำแหละขายและห้ามนำมากินโดยเด็ดขาด อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้
โดยเฉพาะผู้ที่ทำการชำแหละจะมีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะมีการสัมผัสกับสัตว์โดยตรง มีโอกาสเข้าทางบาดแผล เนื้อเยื่อต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ที่ปรุงอาหารก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีโอกาสสัมผัสเนื้อสัตว์ที่ยังไม่สุก ส่วนประชาชนผู้รับประทานเนื้อสัตว์ หากกินเนื้อสัตว์ดิบก็มีความเสี่ยงด้วย จึงต้องทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว
หากพบสัตว์ป่วยตาย ให้แจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือผู้นำชุมชน รวมทั้ง ร่วมกันกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าได้ โดยใช้หลัก 3 ป.คือ ป.ที่ 1 คือ ป้องกันสัตว์เป็นโรค นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ป.ที่ 2 คือ ป้องกันการถูกกัด โดยยึดคาถา 5 ย. คือ อย่าแหย่ให้สุนัขโมโหโกรธ, อย่าเหยียบหาง หัว ตัว ขา หรือ ทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่างๆ ตกใจ, อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า, อย่าหยิก