ดีเอสไอสอบเส้นทางการเงินบุคคลใกล้ชิด คดีหุ้น STARK ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 7 ราย ฐานฟอกเงิน ตั้ง “พงศ์เทพ” นั่งเป็นปธ.ศึกษาแผนประทุษกรรม แทนนาย “พิชัย”เพื่อความสบายใจ
เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567 ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรมฝ่ายการเมือง พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รรท.อธิบดีDSI พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ
ฐานะโฆษกดีเอสไอ และ นายวิทยา นีติธรรม ผอ.กองกฎหมาย ในฐานะโฆษก ปปง. ร่วมแถลงเกี่ยวกับการดำเนินคดี และการติดตามทรัพย์สิน ในคดีทุจริตหุ้น STARK

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ดีเอสไอ ดำเนินคดีเอาผิดผู้บริหาร และบุคคลที่เกี่ยวข้องคดีหุ้น STARK จำนวน 11 ราย โดยจับกุม นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ทำให้ปัจจุบันพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาครบถ้วนแล้ว ซึ่งทุกรายอยู่ในการควบคุมตัวในเรือนจำ
เพื่อรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยกำหนดวันนัดพิจารณาคดีนัดแรก ในวันที่ 14 ม.ค.68 จนถึง นัดสุดท้ายในเดือน ธ.ค.68 ต่อมา ดีเอสไอ ขยายผลเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่ามีการโอนถ่ายเททรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิดให้บุคคลใกล้ชิด เบื้องต้นมีผู้ต้องหา 7 ราย เป็นผู้ต้องหาใหม่ 5 ราย
และอีก 2 รายเป็นผู้ต้องหาชุดเดิมใน 11 รายแรก ตรวจสอบมียอดเงินการโอน บางรายประมาณ 50-100 ล้านบาท รวมกว่า 380 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกมาชี้แจง และรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

“ทั้งนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีที่มีการโอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด มูลฐานฉ้อโกงประชาชน ร่วมกับ ปปง. เป็นคดีพิเศษที่ 32/2567 รวมทั้ง ยังมีการพิจารณาดำเนินคดีกับกรรมการบางรายเพิ่มเติมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีการกล่าวหา
ด้าน นายวิทยา เปิดเผยว่า สำหรับ ปปง. ได้มีมติคณะกรรมการธุรกรรม 2 คำสั่ง ยึดอายัดทรัพย์สินรวม 3,245 ล้านบาท แต่มูลค่าความเสียหายกว่า 15,900 ล้านบาท โดย ปปง. เคยประกาศให้มีการยื่นขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ระยะเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.66 – 26 ก.พ.67 มีผู้เสียหายขอรับ
การคุ้มครองรวม 4,724 ราย แบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ กลุ่มหุ้นกู้, หุ้นเพิ่มทุน, หุ้นสามัญ นอกจากนี้ ในกรณี ปปง. สามารถตามยึดได้เพียง 3,000 กว่าล้านบาทนั้น เนื่องจากคดีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 64 และเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องก็ใช้เวลา 1-2 ปี อีกทั้ง ขบวนการผู้ต้องหาเป็นคนที่มีความรู้ มีความเตรียมในการโยก
ย้ายทรัพย์สินต่างๆ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์ทั้งใน และต่างประเทศอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้เสียหายที่มาลงทะเบียน ทาง ปปง.คาดว่าน่าจะเป็นจำนวนของผู้เสียหายทั้งหมด แต่ถ้าหากมีผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะพิจารณาประกาศยื่นขอคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายอีกครั้ง
ขณะที่ นายสมบูรณ์ ระบุว่า สำหรับประเด็นที่ รมว.ยุติธรรม มีคำสั่งแต่งตั้ง นายพิชัย นิลทองคำ เป็นประธานคณะทำงานศึกษาแผนประทุษกรรมกรณีหุ้น STARK แต่เจ้าตัวแจ้งความประสงค์ขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะทำงานฯ ดังกล่าว สาเหตุเพื่อความสบายใจต่อคณะทำงาน หลังมีกระแส
ข่าวออกมาพาดพิง โดย รมว.ยุติธรรม ได้มีคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 171/2567 ลงวันที่ 9 ก.ค.2567 ยกเลิกคำสั่งเดิม และมีคำสั่งแต่งตั้ง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานฯ แทน และมีการเพิ่ม เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
นายกสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เข้ามาเป็นคณะทำงานฯ เพื่อทำหน้าที่ศึกษาแผนประทุษกรรมกรณีดังกล่าวต่อไป
“ส่วนที่ผู้เสียหายเคยยื่นร้องกรณี นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ต้องหาในคดี STARK พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ล่าสุดทราบว่ากลับมาพักรักษาตัวต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา”