อว. เร่งยกระดับคุณภาพเกลือทะเล ปี’66 ส่งออกกว่า 1.1 พันล้านบาท ดัน 7 จังหวัดเกลือทะเลต้นแบบ ยันมีคุณภาพ ปราศจากการปนเปื้อน
15 ก.ค. 67 – น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ตนได้มอบหมายกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ยกระดับคุณภาพเกลือทะเลไทยให้สามารถส่งออกสู่ตลาดโลก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต

ซึ่งการทำนาเกลือทะเลในไทย เป็นอาชีพท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน ต้องอาศัยภูมิปัญญา ความชำนาญของเกษตรกร และธรรมชาติมาเป็นปัจจัยในการผลิต ซึ่งเกลือทะเลจะมีไอโอดีนที่มาจากธรรมชาติ เป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตามเกลือทะเลไทยไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในวงกว้าง เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นในคุณภาพเกลือทะเล ทำให้มีการนำเข้าเกลือทะเลจากต่างประเทศ ทำให้ไทยมีปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ เกิดภาวะหนี้สิน
ด้านนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กล่าวว่า กรมได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในการตรวจสอบคุณภาพเกลือทะเลไทย โดยให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเกลือทะเลในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน พัฒนาวิธีทดสอบเกลือทะเลให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เกลือทะเลธรรมชาติ มกษ. 8402-2562

จากผลการทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และปริมาณสารปนเปื้อนได้แก่ ตะกั่ว สารหนู แคดเมียม ปรอท และทองแดง ในเกลือทะเลจากแปลงต้นแบบ ในพื้นที่ 7 จังหวัด คือ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และ ปัตตานี พบว่าเกลือทะเลมีคุณภาพและความปลอดภัยของปริมาณการปนเปื้อนของโลหะหนัก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ. 8402-2562)
ปัจจุบันสินค้าเกลือทะเลไทยมีการยกระดับการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ เกษตรกรสามารถจำหน่ายเกลือทะเลที่มีคุณภาพสูง ทดแทนการนำเข้าและมีการขยายการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย เป็นต้น โดยในปี 2565 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,145 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

นพ.รุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ในปี 2567 ได้ยื่นขยายขอบข่ายการรับรองในรายการตะกั่วและแคดเมียมในตัวอย่างเกลือ รวมทั้งจะได้ถ่ายทอดวิธีการทดสอบโลหะหนักในเกลือให้แก่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ โดยอ้างอิงวิธีการทดสอบตามมาตรฐาน European Salt Producers’ Association (EUsalt) เพื่อให้เกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลสามารถแข่งขันในตลาดสากล เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร และเป็นการอนุรักษ์วิถีอาชีพเกลือทะเลและพื้นที่นาเกลืออย่างยั่งยืน