ประจวบคีรีขันธ์ ชาวสวนยางบางสะพาน ถาม “รมว.เกษตรฯ” ใช้เงิน “เซส” ซื้อปลาหมอคางดำ กิโล 15 บาท เป็นธรรมกับชาวสวนยางทั้งประเทศหรือไม่

19 ก.ค. 67 – นายรุ่งโรจน์ รัตนแก้ว ชาว ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกรณีที่ รัฐมนตรีเกษตรฯ มีนโยบายนำเงินจากกองทุนสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ไปอุดหนุนให้ กรมประมง ใช้เพื่อรับซื้อปลาหมอคางดำ จำนวนมากที่ขยายพันธ์ในหลายจังหวัด

โดยกำหนดราคารับซื้อกิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งคาดว่า จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และการซื้อเพื่อไปทำปุ๋ยหรือผลิตอาหารสัตว์ไม่น่าจะมีความคุ้มค่า ส่วนตัวเห็นว่า การใช้นโยบายนี้ น่าจะเป็นการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือมีความเป็นธรรมกับพี่น้องชาวสวนยางทั่วประเทศที่มีและไม่มีเอกสารสิทธิ์ ในการใช้พื้นที่ปลูกยางหรือไม่

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า เนื่องจากเงินกองทุนทั้งหมดที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อปลาหมอคางดำ เป็นเงินเซส ที่ กยท.หักจากการขายยางไปต่างประเทศที่มีการรับซื้อจากเกษตรกรทุกราย ทั้งที่มีและไม่มีเอกสารสิทธิ์

นอกจากนั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่เป็นธรรมมา มาจากการใช้งบในกองทุน ที่กำหนดเงื่อนไขเพื่อชดเชยผู้ที่โค่นยางทิ้ง เพื่อปลูกพืชอื่นทดแทน ซึ่งผู้ที่ปลูกพืชอื่นในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จะไม่ได้รับเงินชดเชยก้อนนี้จาก กยท. ทั้งที่เงินกองทุนที่เก็บไปทั้งหมด มาจากต้นยางทุกต้นที่มีผลผลิต เพื่อการส่งออกในประเทศนี้ ดังนั้นหากเงินกองทุนยังช่วยเหลือชาวสวนยางทั้งหมดไม่ได้ ก็ไม่ควรนำงบฯ ก้อนนี้ใช้ในวัตถุประสงค์ด้านอื่น

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเงินเซส ที่จะนำไปซื้อปลาหมอคางดำ คือ เงินที่สํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง รับชําระจากผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการปลูกแทนสวนยางที่ให้ผลผลิตน้อย มาปลูกยางพันธุ์ดีที่ ให้ผลผลิตมากขึ้น

ด้าน นายนพพร สิทธิเกษมกิจ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง สำนักงานประมง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานประมงจังหวัด ได้เร่งหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการตั้งจุดรับซื้อปลาหมอคางดำในราคา กก.ละ 15 บาท พร้อมปรับแผนเพิ่มความถี่ในการระดมเครื่องมือประมง จับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุดอย่างน้อยเดือนละ 4 ครั้งในพื้นที่พบการระบาดมาก คือ อ.ปราณบุรี สามร้อยยอด และกุยบุรี ก่อนที่จะมีการปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวซึ่งเป็นปลาผู้ล่า 20,000 ตัว ในเดือนสิงหาคมนี้

ทั้งนี้ ปัญหาการแพร่ขยายพันธ์ที่รวดเร็วของปลาหมอคางดำ ส่งผลกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำพื้นถิ่นอย่างชัดเจน เช่น ทุ่งสามร้อยยอด ปัจจุบันปลาสลิด ปลาหมอเทศลดน้อยลงมาก เช่นเดียวกับพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล ปริมาณกุ้งแชบ๊วย ลดลงเช่นกัน

จึงได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการนำปลาหมอคางดำ ไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ไม่ว่า จะเป็นการแปรรูปเป็นอาหาร ส่งขายให้กับโรงงานปลาป่น เพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ หรือการทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน