ถ้าผิดพลาดหมายถึงขาดทุนย่อยยับ เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งเฝ้าปลาหมอคางดำ หากเข้าบ่อกุ้งเสียหายหลายล้าน นากุ้งปากพนังมีปลาหมอคางดำประชิดในบ่อพักน้ำ เตือนสูบน้ำต้องระวังสูงสุด ทดลองปล่อยปลากะพงล่ากินหมอคางดำวัยอ่อนยังไม่ได้ผลเหตุเกิดไวจนกินไม่ทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานในวันนี้ (22 ก.ค.67) ว่า นากุ้งเนื้อที่กว่า 4 ไร่ของนายโกศล แป้นเกิด เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งติดกับลำคลองท่าพญา หมู่ 9 ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ปล่อยกุ้งลงบ่อจำนวน 1 ล้านตัว ตัวละ 45 สตางค์ รวมมูลค่ากว่า 4.5 แสนบาท ซึ่งหากได้ขนาดจะมีมูลค่าผลผลิตไม่น้อยกว่า 3-5 ล้านบาท

แต่การเลี้ยงในบ่อกุ้งต้องเพิ่มความระวัง เนื่องจากต้องสูบน้ำจากบ่อพักน้ำสำหรับถ่ายเทหมุนเวียน ซึ่งบ่อพักน้ำมีเนื้อที่ 2 งาน มีปลาหมอคางดำทุกขนาดอาศัยอยู่ เจ้าของได้สูบน้ำเข้าบ่อผ่านการกรองด้วยใยแก้วคล้ายสำลี เพื่อกรองน้ำไม่ให้สัตว์น้ำทุกชนิดหลุดเข้ามาในบ่อกุ้งได้

โดยเจ้าของบ่อมั่นใจว่า สิ่งที่หลุดรอดเข้ามาได้นั้นเป็นไข่ปลาหมอคางดำที่ปะปนอยู่ในน้ำจากลำคลองท่าพญาที่ได้สูบเข้ามาในบ่อพัก และเป็นสัญญาณอันตรายกับนากุ้งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังที่มีความเสี่ยง หากไข่ปลาหมอคางดำปะปนอยู่ในน้ำมีปริมาณพอสมควร

ถ้าผิดพลาด หมายถึงการขาดทุนย่อยยับ ซึ่งปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อพักแค่ 22 วัน จะมีการฟักตัวในบ่อและโตเร็วมาก เนื่องจากมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และทางเจ้าของบ่อได้นำปลากะพงขาวมาปล่อยเพื่อทดลองการควบคุม และต้องป้องกันแนวบ่อกุ้งอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปในบ่อกุ้งได้

นายโกศล แป้นเกิด เจ้าของบ่อระบุว่า จากบ่อพักน้ำในเนื้อที่ 2 งาน ได้ซื้อปลากะพงขาวขนาด 3-4 นิ้ว ในราคาตัวละ 20 บาท รวม 300 ตัว มาปล่อยจนถึงวันนี้ได้ 12 วัน และได้เฝ้าสังเกตทุกวันในการล่าของปลากะพง ปรากฏว่าลูกปลาคางดำที่เกิดขึ้นในบ่อพักน้ำไม่ได้ลดลงเลย แต่กลับเพิ่มขึ้น

และพบด้วยว่ามีปลากะพงขาวถูกฝูงปลาหมอคางดำที่ใหญ่กว่าล้อมรุมกัดเจ็บไปหลายตัวและต้องคอยหลบซ่อนอยู่ในบ่อ ขณะที่น้ำในบ่อพักหากนำไปหมุนเวียนบ่อกุ้งต้องใช้กากชาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คือจากปกติ 5 กระสอบ ต้องเพิ่มเป็น 10 กระสอบ นั่นคือต้นทุนการจัดการที่สูงขึ้นไปอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน