สุดสลด ผัวขี่จยย.ฝ่าความมืดไปส่งเมียทำงาน มองไม่เห็นต้นไม้ล้มขวางถนน พุ่งชนรถคว่ำ ฝ่ายชายเจ็บเล็กน้อย ฝ่ายหญิงสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นครราชสีมา-เมื่อเวลา 20.45 น.คืนที่ผ่านมา วันที่ 29 ก.ค.2567 พ.ต.ท. เพชรพนม ไกยวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ บริเวณคลองส่งน้ำ บ้านดอนพราหมณ์ ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จึงประสานกู้ชีพ-กู้ภัย ฮุก 31 โคราช จุดโชคชัย ร่วมตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ

จุดเกิดเหตุ สภาพทางมืด ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย นั่งรอความช่วยเหลืออยู่ริมถนน ทราบชื่อ นายเรวัช (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บาดเจ็บที่แขนและตามร่างกายหลายแห่ง แต่ยังมีสติ สามารถสื่อสารได้ นั่งอยู่กับชาวบ้าน และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นภรรยาของนายเรวัช ทราบชื่อ น.ส.วราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี นอนหมดสติอยู่ที่ไหล่ทาง กู้ชีพกู้ภัยฯ จึงรีบตรวจสอบ พบว่ามีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ไม่มีสติ และชีพจรอ่อนมาก อาการสาหัส ต้องเร่งทำ CPR ยื้อชีวิตเป็นการเร่งด่วน

ก่อนที่กู้ชีพ รพ.โชคชัย จะมารับช่วงนำส่งรักษาต่อ นอกจากนี้ บริเวณใกล้กัน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียนนครราชสีมา ล้มคว่ำพังเสียหายอยู่ในพงหญ้าข้างทาง มีร่องรอยการพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ที่หักโค่นอยู่บนผิวถนน

สอบถาม นายเรวัช ผู้ขับรถจักรยานยนต์ ให้การกับพนักงานสอบสวน ว่า ขับรถออกจากบ้านท่าอ่าง อ.โชคชัย เพื่อไปส่งภรรยาที่โรงงานไก่ บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ต.กระโทก อ.โชคชัย โดยขับมาบนถนนเลียบคลองชลประทาน ช่วงบ้านดอนพราหมณ์ ซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง แต่ด้วยสภาพถนนที่มืดมาก ไม่มีไฟส่องสว่าง

เมื่อเข้าโค้งถนน มองไม่เห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางอยู่บนถนน ทำให้เบรกไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุรถคว่ำเสียหลัก ส่วนตนและภรรยาได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงจึงวิ่งออกมาดู และช่วยโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ มาถึง จึงช่วยปฐมพยาบาล และช่วยปั๊มหัวใจภรรยาตนอยู่นาน จนรถเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโชคชัยมาถึง จึงทำการเคลื่อนย้ายภรรยาและตน ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลโชคชัย ซึ่งทราบว่า ภรรยาของตนได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดหาสาเหตุที่ชัดเจน โดยสันนิษฐานว่า ในพื้นที่น่าจะมีฝนตกชุก ทำให้พื้นดินอ่อนตัว เป็นเหตุให้ต้นไม้ข้างทางล้มโค่นมาบนผิวจราจรในช่วงค่ำ โดยไม่มีใครเห็น จึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้น

ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จะได้ประสานให้ญาติไปติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไปหลังจากแพทย์ชันสูตรเรียบร้อยแล้ว และประสานให้กู้ภัยฯ ช่วยเคลียร์ต้นไม้ที่หักโค่นออกจากผิวทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และจะแจ้งไปยังหน่วยงานที่ดูแลถนนเส้นดังกล่าว ให้มาตรวจสอบเส้นทางและตรวจดูความมั่นคงแข็งแรงของต้นไม้ริมทาง ไม่ให้หักโค่นจนสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน