ครูสาว ร้อง ขับเก๋งกลับบ้านตอนดึก เจอ เจ้าหน้าที่ อบต. ขับกระบะ แซงซ้ายเบียดชน ก่อนซิ่งหนี เผย ไล่ตามเกือบ 10 กิโลเมตร ยอมดูแลค่าซ่อม ไม่เยียวยาค่าเสียเวลา

วันที่ 13 ส.ค.2567 น.ส.ณิชาภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้โพสต์เรียกร้องความเป็นธรรมผ่านโซเชียล และร้องเรียนผ่านสื่อ กรณีที่ขับรถเก๋งกลับบ้านตอนกลางคืนคนเดียว ระหว่างทางเจอรถกระบะขับแซงซ้ายแล้วเบียดชน ทำให้รถเก๋งพังเสียหาย แล้วขับหนี

จึงพยายามขับตามเพื่อไปดูทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐานในการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขับตามไปไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ก็เห็นรถกระบะจอดข้างทาง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ครูสาว ร้อง ขับเก๋งกลับบ้านตอนดึก เจอ เจ้าหน้าที่ อบต. ขับกระบะ แซงซ้ายเบียดชน ก่อนซิ่งหนี เผย ไล่ตามเกือบ 10 กิโลเมตร ยอมดูแลค่าซ่อม ไม่เยียวยาค่าเสียเวลา

ครูสาว ร้อง ขับเก๋งกลับบ้านตอนดึก เจอ เจ้าหน้าที่ อบต. ขับกระบะ แซงซ้ายเบียดชน ก่อนซิ่งหนี เผย ไล่ตามเกือบ 10 กิโลเมตร ยอมดูแลค่าซ่อม ไม่เยียวยาค่าเสียเวลา

แต่ตอนที่ลงไปพูดคุยคนขับรถรถกระบะ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ชำนาญงานประจำ อบต.แห่งหนึ่ง ได้มาต่อว่าตนเองว่าขับรถแบบไหนทั้งที่เป็นฝ่ายขับมาชน

น.ส.ณิชาภัทร กล่าวว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนไปช่วยงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ในเมืองบุรีรัมย์ พอเสร็จงานก็ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ กลับบ้านพักที่ อ.นางรอง เวลาประมาณ 21.00 น. โดยใช้ถนนสาย 218 บุรีรัมย์-นางรอง

น.ส.ณิชาภัทร กล่าวต่อว่า พอมาถึงช่วงบ้านละนามพลวง ต.หนองโสน อ.นางรอง ตนขับอยู่เลนขวาสุด ได้มีรถขับมาจากด้านหลังอย่างกระชั้นชิด ซึ่งตอนนั้นตนก็มองเห็นแล้วว่าไม่สามารถหลบให้ทางซ้ายได้

น.ส.ณิชาภัทร กล่าวอีกว่า อีกอย่างตนมองทางด้านซ้ายก็ไม่มีรถและด้านหน้าก็ไม่มีรถ คันหลังทำไมถึงไม่ออกซ้ายไป เนื่องจากถ้าตนออกซ้ายให้กะทันหันก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ตนจึงตัดสินใจเปิดไฟเลี้ยวขวาแช่ไว้ เพื่อให้รถคันดังกล่าวออกด้านซ้าย

ผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า แต่ขณะที่เขาเปลี่ยนไปเลยซ้ายกลับมาเฉี่ยวชนรถของตน แล้วเขาก็ขับรถหนีไป ซึ่งตนได้ขับรถไล่ตาม เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร กว่าจะจอดก็เข้าเขตอำเภอนางรองแล้ว ตนในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนเดียวขับรถกลับบ้านกลางดึก ยอมรับว่ากลัวจนร้องไห้ เขาลงจากรถและมาต่อว่าตนทำไมขับรถไปชนเขา

น.ส.ณิชาภัทร กล่าวว่า ซึ่งตนต้องตั้งคำถามก่อนว่า เขาขับรถมาชนเราเขาเป็นฝ่ายผิด จากนั้นจึงได้โทรเรียกตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมา และคืนนั้นตำรวจได้ยึดใบขับขี่ไปก่อนจะเดินทางไปที่สถานีตำรวจ แต่คู่กรณีไม่ไปที่โรงพัก ตนจึงสอบถามตำรวจว่าทำไมคู่กรณีไม่มา ตำรวจบอกว่าได้ยึดใบขับขี่ไว้แล้ว และรู้จักบ้านเขาอยู่ เดี๋ยวค่อยเรียกมาคุยกันในตอนเช้า

น.ส.ณิชาภัทร กล่าวต่อว่า ต่อมาพูดคุยกันที่สถานีตำรวจในเช้าวันที่ 29 ก.ค. แต่ก็ยังไม่สามารถพูดคุยตกลงกันได้ เขาบอกว่าจะชดใช้แค่ 20,000 บาท และยอมจ่ายค่าเสียเวลาซ่อม 14 วันเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าตนเป็นฝ่ายเสียหาย ประกันก็ประเมินมูลค่าการซ่อมอยู่ประมาณ 35,000 บาท และนอกเหนือจากนี้ตนยังต้องเช่ารถเขาขับไปทำงาน

ผู้เสียหาย กล่าวว่า จึงอยากขอให้เขาเยียวยาตนในส่วนการชดเชยค่าเสียเวลาช่วงที่ซ่อมรถบ้าง วันที่ 3 ส.ค. ก็นัดพบพูดคุยกันที่โรงพัก แต่คู่กรณีไม่มา พอกลับถึงบ้านคู่กรณีก็เข้าไปที่โรงพักก็ไม่ได้คุยกันอีก จากนั้นตนโทรไปหาคู่กรณีแต่ไม่รับ ไลน์ไปอ่านแต่ไม่ตอบ ไม่รู้จะทำอย่างไร เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงออกมาร้องเรียน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน