ครูเบี้ยวเยียวยา หลังใช้ ‘นักเรียน’ ทำความสะอาดระเบียงโรงเรียน จ.ศรีสะเกษ พลาดตกแขนหัก 2 ข้าง อดเล่นเปตองกีฬาที่รัก ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เตรียมเรียกทั้งสองฝ่าย มาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อสรุป
จากกรณีที่มีผู้ปกครองพานักเรียนชาย อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดศรีสะเกษ ไปร้องสายไหมต้องรอด เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 67 เนื่องจากเด็กได้รับบาดเจ็บพลาดตกลงมาจากอาคารเรียน เพราะถูกครูใช้ขึ้นไปทำความสะอาดตรงระเบียงอาคาร ชั้น 2 จนแขนหักทั้งสองข้าง
ล่าสุดวันที่ 20 ส.ค. 67 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียน เพื่อตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาคารปูน 2 ชั้น ภายในสถานศึกษาแห่งนี้ โดยสอบถามข้อมูลจากทางครูผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุ เนื่องจากจะมีการประเมินสถานศึกษา จึงให้นักเรียนช่วยกันทำความสะอาด โดยได้มีครูท่านหนึ่งใช้นักเรียนทำความสะอาดบริเวณระเบียง ชั้น 2 ที่มีตะไคร่อยู่จำนวนมาก
แต่ปรากฏว่าขณะทำความสะอาด เด็กชายพลาดตกทำให้ได้รับบาดเจ็บ ทางคณะครูได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการนำไม้มาดามแขนน้องไว้ เพื่อไม่ให้ผิดรูป ก่อนที่รถกู้ชีพ ขององค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เข้ามาช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาล
ยายของเด็กชาย เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา วันนั้นมีโทรศัพท์จากเพื่อนโทรมาเวลาประมาณ 09.00-10.00 น. บอกว่าน้องเกิดอุบัติเหตุตกอาคารเรียน ตนและพ่อของน้องจึงรีบขับรถออกจากที่ทำงานใกล้บ้านไปหาน้องที่โรงเรียน เห็นว่าน้องนอนขยับตัวไม่ได้แต่รู้สึกตัวอยู่ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีพ่อและครูได้ติดตามไปดูแลน้อง
ทางโรงพยาบาลเอกซเรย์ดูแล้วจึงแจ้งว่าแขนหักสองข้างต้องรีบส่งตัวไปโรงพยาบาลกันทรลักษ์ โดยมีพ่อติดตามไปด้วย น้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ 2566 – วันที่ 1 มี.ค 2566 น้องได้รับการผ่าตัดดามเหล็กทั้งสองข้าง
ทางคณะครูโรงเรียนได้ดูแลช่วยเหลือมาเบื้องต้น 2,000 บาท และโทรติดตามอาการน้อง 2-3 ครั้ง จนเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2566 น้องออกจากโรงพยาบาลมาพักพื้นที่บ้านและได้ทำข้อสอบก่อนปิดเทอมที่บ้าน การใช้ชีวิตของน้องเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากแขนผิดรูป และน้องไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาเปตอง ซึ่งเป็นกีฬาที่น้องชอบ และเคยแข่งขันได้รางวัลเหรียญรางวัลระดับจังหวัดมาแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2566 ทาง ผอ.และคณะครูได้มาทำข้อตกลงช่วยเหลือน้องเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท จะจ่ายงวดแรก 80,000 บาท และรอบที่สองภายในเดือนธันวาคม 66 เพราะรอเงินเกษียณ จนมาถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566 แม่ได้โทรไปทวงถามเงินส่วนที่เหลือกับครู แต่ถูกปฎิเสธว่ายังไม่มีเงิน จึงเข้าไปถามกับ ผอ. ซึ่งทาง ผอ. ก็ได้ช่วยประสานงานกับครูที่ใช้น้องไปทำความสะอาดให้ เพราะ ผอ. บอกว่าเงินส่วนที่เหลือต้องไปฟ้องกับครูที่ใช้น้องไปทำความสะอาด
ด้าน อาของเด็กชาย เปิดเผยว่า จากที่ทางครอบครัวได้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับทางโรงเรียนหลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า และทางโรงเรียนกลับบอกว่าเงินส่วนที่เหลือให้ไปทวงถามกับครูที่ใช้น้องไปทำความสะอาด ซึ่งตนและพ่อของน้อง ก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนดังกล่าว รู้สึกเสียใจมากที่ได้ยินแบบนั้น และคิดว่าทางโรงเรียนน่าจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้
ขณะที่ นายอภิวรุณ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวตามข้อตกลงที่ทางครูที่เป็นคู่กรณีจะต้องชดใช้เงิน จำนวน 200,000 บาทให้กับเด็ก งวดแรกที่จ่ายไปให้ทางผู้ปกครอง 80,000 บาท นั้นเป็นเงินของครูคู่กรณี 50,000 บาท และเงินที่คณะครูโรงเรียนช่วยกันอีก 30,000 บาท ตามสัญญาก็ยังเหลืออีก 120,000 บาท ครูที่เป็นคู่กรณีที่ใช้เด็กไปกวาดจะต้องรับผิดชอบ
แต่ครูคู่กรณีได้เกษียณไปแล้ว และมีการนัดจะจ่ายตามสัญญาในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ 2566 แต่ครูที่เป็นคู่กรณีไม่จ่ายเงิน120,000 บาท ตามสัญญา จึงเกิดปัญหาผู้ปกครองเข้ามาร้องเรียนตามหน่วยงาน และเพจต่างๆ
เบื้องต้นวันนี้ตนได้เข้ามาที่ อบจ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นต้นสังกัดเพื่อมารายงานชี้แจงให้ต้นสังกัดได้ทราบและประชุมหาข้อตกลงในการเจรจาไกล่เกลี่ยหาข้อสรุป โดยในวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2567 จะถึงนี้ ทาง อบจ.ศรีสะเกษ จะมีการเรียกผู้ปกครองและโรงเรียนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยกันที่ อบจ.ศรีสะเกษ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป