7 จังหวัดยังหนักสถานการณ์อุทกภัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,777 ครัวเรือน เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 10,767 แห่ง รับมือ

วันที่ 22 ส.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัย โดยมีรายงานการประชุมแก้ไขสถานการณ์ จากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ระหว่างวันที่ 16 ส.ค.- ปัจจุบัน 22 ส.ค.เกิดอุทกภัย 10 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา ลำปาง แพร่ อุดร และภูเก็ต รวม 47 อำเภอ 144 ตำบล 591 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,988 ครัวเรือน

คงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 7 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน และอุดรธานี 31 อำเภอ 105 ตำบล 541 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,777 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรเสียหาย 3,743 ไร่ ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันภาพรวมส่วนใหญ่ระดับน้ำมีเพียงในพื้นที่จ.น่าน อ.ท่าวังผา อ.เวียงสา และอ.เมืองฯ ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์มวลน้ำในพื้นที่พะเยา จะไหลงสู่แม่น้ำยมไปยังแพร่ สุโขทัย และพิษณุโลก ใช้เวลา 2-3 วัน สำหรับมวลน้ำไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ปัจจุบันเขื่อนฯมีปริมาณน้ำเก็กกัก 6,008 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก 3,501 ล้าน ลบ.ม. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานจ.แพร่ สุโขทัย และพิษณุโลก เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า

สำหรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เกิดอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่อาทิ รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ ขนาด 14 นิ้ว สูบส่งระยะไกล รถผลิตน้ำดื่ม เรือพลาสติก ฯลฯ รวมถึงสนับสนุนถุงยังชีพ จำนวน 9,000 ชุด

มีการแจ้งเตือนภัย ผ่านหอเตือนภัยที่ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัย 1,460 แห่งพร้อมทั้งได้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดสาธาธารณภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้มีโทรสารแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งน้ำท่วมขัง และดินถล่ม ระว่างวันที่ 24-30 ส.ค.2567 ภาคเหนือ 13 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัดภาคใต้ 8 จังหวัด รวม 43 จังหวัด และเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 10,767 แห่ง

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน