กรมป่าไม้ ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งตำรวจโรงพักกะรน เอาผิดรุกล้ำพื้นที่เขานาคเกิด 5 ไร่ 19 ตารางวา เกินจากที่ขออนุญาตไว้ เร่งคลี่ปมดินถล่มทับดับ 13 ศพ หลังพบก่อสร้างไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมการก่อสร้างบนที่สูง

จากเหตุการณ์ดินสไลด์ลงมาทับบ้านเรือนประชาชนและวิลล่าหรู ซอยปฏัก 2, 4, 8 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 19 คน ประชาชนได้รับผลกระทบ 209 ครัวเรือน 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน และชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าเหตุการณ์ดินสไลด์อาจเกิดจากการก่อสร้างบนวัดพระใหญ่ บนเทือกเขานาคเกิดหรือไม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เขานาคเกิด พบว่ามีการปรับพื้นที่เพื่อเป็นที่ตั้งของพระใหญ่ รวมถึงปรับพื้นที่เป็นลานกว้างแต่ไม่พบหลักการปันน้ำ ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมการก่อสร้างบนที่สูง

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 27 ส.ค.2567 นายบรรณรักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบพื้นที่สร้างรุกล้ำจาก 15 ไร่บนเทือกเขานาคเกิด นอกเหนือจากการขออนุญาตของสำนักพุทธ หลังตรวจสอบพื้นที่ป่าบุกรุกแล้วพบว่าเกินมา 5 ไร่ 19 ตารางวา

นายบรรณรักษ์ ระบุว่า กรมป่าไม้ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้นแล้ววันนี้ โดยสำนักงานพุทธศาสนาส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมนำตรวจ พบว่ามีการดำเนินการที่เกินจากขออนุญาตไป 5 ไร่ 6 รายการ ซึ่งกรมป่าไม้ภูเก็ตได้ทำบันทึกร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อไปแจ้งความที่สภ.กะรน ในดำเนินคดีกับผู้ที่ดำเนินการบุกรุก

วันนี้มีคณะกรรมการจากสำนักพุทธฯนำชี้ว่า 15 ไร่มีตรงไหนบ้าง และนอกเหนือจากตรงนั้นเราจะดำเนินคดีหมดเพราะเรายื่นหนังสือให้ท่านตั้งแต่เดือนธ.ค.2566 แล้วว่าห้ามดำเนินการใดๆทั้งสิ้น สำนักพุทธฯแจ้งว่ามูลนิธิมิ่งมงคลนาคคีรีเป็นผู้ทำ

“เพราะฉะนั้นการกระทำโดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างทางวิศวกรรมต่างๆไม่มีความรู้ตรงนี้ และทำช่วงฝนตกหนักก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อันนี้คือสันนิษฐานเบื้องต้นได้อย่างชัดเจนเราจะดำเนินคดีทั้งหมดกับผู้ดำเนินการ ต่อไปจะทำหนังสือปิดประกาศห้ามดำเนินการใดๆทั้งสิ้นซึ่งเกินมาประมาณ 5 ไร่เศษ

อ่านข่าว ภูเก็ต ยอดตายพุ่ง 13 ศพ ดินโคลนถล่ม สลดศพผัว-เมีย นอนกอดกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน