พ่อแม่ร่ำไห้!ลูกหายตัวลึกลับ กินไม่ได้นอนไม่หลับ หวั่นถูกอุ้มฆ่าล้างหนี้พนันบอล

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายสมภพ ช่วยอุดม อายุ 63 ปี อาชีพทำสวน อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ที่ 3 ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า นายสมยศ ช่วยอุดม อายุ 27 ปี ลูกชายคนโต ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ชุมพร หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.61 ไม่สามารถติดต่อได้ทุกการสื่อสาร

ด้าน นางนวลสม จันทร์สม อายุ 53 ปี แม่ของนายสมยศ กล่าวว่า “ปกติลูกชายจะโทรมาคุยด้วยทุกวัน หรือไม่ก็ตนจะโทรไปคุยกับลูกชายที่เช่าบ้านพักในอ.เมือง จ.ชุมพร แต่ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ในช่วงเที่ยงลูกโทรมาบอกว่าโอนตังมาให้แม่แล้ว พอตกเย็นแม่โทรไปหาก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนตลอดทั้งคืนมาจนถึงวันนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

นายสมภพ กล่าวว่า ในวันที่ 27 มี.ค. ลูกชายบอกว่าไปเก็บเงินจากลูกหนี้มา 3 แสนบาท และจะไปเก็บเงินจากลูกหนี้รายอื่นอีกแล้วหายตัวไป พร้อมรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ตอนครึ่ง สีขาว ทะเบียน บม948 ชุมพร สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ตนออกติดตามโดยไปขอพบ พ.ท.สะอาด พาหา หัวหน้าฝ่ายข่าว ทหารมทบ.44 ให้ช่วยติดตามหา

ทราบข้อมูลเพียงว่าในวันที่ 27 มี.ค. รถคันดังกล่าววิ่งผ่านด่านตรวจบ้านพละ ต.มาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร บนถนนเพชรเกษมขาขึ้นกทม. มุ่งหน้า อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่เมื่อไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ด่านตรวจ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบ ไม่พบว่ารถคันดังกล่าวผ่านด่านตรวจ อ.บางสะพานน้อย แต่อย่างใด สันนิษฐานว่ารถน่าจะหายไปช่วงอ.ปะทิว จ.ชุมพร และอ.บางสะพานน้อย ซึ่งจะเป็นพื้นที่ป่าเขาและรอยต่อระหว่างประเทศไทยกับเมียนมา

“นายสมยศจบการศึกษาป.ตรี สถาบันพละศึกษา จ.ชุมพร เคยมาขอเงินจากพ่อ 5 แสนบาท บอกว่าจะไปลงทุนเป็นเจ้ามือทำโต๊ะรับแทงฟุตบอล เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมามีเงินหมุนเวียนคล่องมือ แต่มีลูกหนี้ที่ติดค้างค่าแทงพนันฟุตบอลจำนวนหนึ่ง ในวันที่หายตัวไปก็บอกว่าจะไปทวงเงินค่าแทงพนันฟุตบอล ซึ่งมีลูกหนี้ที่ติดค้างในวงเงินนับแสนบาท หลายคนคาดว่า น่าจะถูกแก๊งพนันฟุตบอลที่ติดค้าง หลอกลวงให้ไปเอาเงินและเมื่อเห็นว่านายสมยศมีทรัพย์สินติดตัวมาเยอะ จึงอุ้มไปเพื่อรีดเอาทรัพย์ หรืออาจจะฆ่าเพื่อล้างหนี้ ชิงทรัพย์ไปด้วยก็เป็นไปได้” นายสมภพ กล่าว

ต่อมานายสมภพ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ธนพัฒน์ รุ่งเรืองสาคร พงส.สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ช่วยติดตามลูกชายไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด ขอให้ตัวลูกคืนมาก็พอ เพราะพ่อแม่ทำใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกก็ยอมรับได้ หลังจากนี้จะเดินสายขอความช่วยเหลือ จากทุกหน่วยงานที่จะสามารถนำตัวลูกชายตนเองคืนมาได้

บทความก่อนหน้านี้ชมรมครูฯ ชี้ขาด! ต้องยกเลิก “การสอบโอเน็ต” เพราะทำเด็ก “ไร้จริยธรรม!!”
บทความถัดไปหนุ่มวางยาแก้แค้นเพื่อนร่วมงาน พก‘สารแก้พิษ’ตลอดเวลา กันผิดพลาดโดนตัวเอง