ชาวบ้านย่านรังสิตร้อง รพ.ปล่อยน้ำเสียทิ้งเอ่อท่วมถนนส่งกลิ่นเหม็น หวั่นมีเชื้อโรคเจือปน ทนมา 4 เดือน แจ้งหน่วยงานลงพื้นที่แต่ไร้เหลียวแล
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2567 ชาวบ้านในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรังสิต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ร้องทุกข์มายังผู้สื่อข่าวว่ามีโรงพยาบาล ในหมู่บ้านปล่อยน้ำทิ้งมายังท่อระบายน้ำในโครงการหมู่บ้าน จนเอ่อล้นถนนในโครงการ ทำน้ำท่วมขังเป็นสีเขียว ส่งกลิ่นเน่าเหม็น และชาวบ้านเกรงว่าจะมีเชื้อโรค อาจทำให้เกิดโรคระบาดได้
จากนั้นชาวบ้านเดือดร้อนได้ประสานไปหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือมาดูแลแก้ไข จึงฝากมายังผู้สื่อข่าวให้ช่วยติดตามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ลงพื้นเพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือนร้อน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

จากการสอบถาม นายณรงค์ อายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนได้รับความเดือดร้อนมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว เหตุจากน้ำของโรงพยาบาลที่ปล่อยน้ำทิ้งมายังท่อระบายน้ำ เออล้นส่งกลิ่นเน่าเหม็น ตนเคยคุยกับช่างในโรงพยาบาล ซึ่งช่างยอมรับกับตนว่า น้ำที่ปล่อยมานั้นเป็นน้ำเสีย แต่ทางช่างก็ไม่รู้จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ตนจึงหมดหวัง ได้แต่ร้องเรียนไปยังนิติหมู่บ้านให้ดำเนินการเท่านั้น เพราะบางครั้งตนได้กลิ่นน้ำที่ปล่อยออกมานั้น คล้ายกลิ่นปัสสาวะอุจจาระ
ด้านนายวันชัย อายุ 81 ปี กล่าวว่า ตนได้แจ้งกับนิติหมู่บ้าน ทางด้านนิติเข้าไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้คำตอบว่าหน่วยราชการจะลงพื้นที่ เข้ามาในพื้นที่ที่ชาวบ้านเดือดร้อน แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีหน่วยงานใดเข้ามา จนเวลาผ่านมา 3-4 เดือนแล้ว ตนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
เนื่องจากผู้เช่าตึก ได้บอกเลิกสัญญา เพราะไม่สามารถทำการค้าขายในพื้นที่เหตุนี้ได้ ซึ่งน้ำที่โรงพยาบาลปล่อยออกมานั้น มีเชื้อโรคและกลิ่นเน่าเหม็น ขังที่ไม่มีทางไป จึงอยากจะให้โรงพยาบาลออกมาช่วยดูแล จะทำอย่างไร และจะอยู่ร่วมกันอย่างไร โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน

ขณะที่ นางกาญจนา อายุ 55 ปี นิติหมู่บ้าน กล่าวว่า ทางนิติได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานราชการต่างๆเช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณสุข, สสจ.ปทุมธานี, สาธารณสุข เทศบาลเมืองคูคต และกระทรวงมหาดไทย อยากให้หน่วยงานราชการลงพื้นที่ตรวจสอบ
ซึ่งโครงการนี้สร้างมานานประมาณ 30-40 ปีแล้ว อาจทำให้เส้นทางระบายน้ำนั้นอุดตัน หรืออาจมีบ้างช่วงดินทรุดจนไม่สามารถระบายน้ำในหมู่บ้านได้ จึงวอนมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งประสานกับเจ้าของโครงการเดิม ที่ยังไม่ส่งมอบที่ที่เป็นสาธารณูปโภคให้แก่นิติโครงการ จึงไม่มีงบประมาณมาบำรุงพื้นที่ ที่มีปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน เช่น ท่อระบายน้ำในครั้งนี้