สุราษฎร์ธานี รองแม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งความดำเนินคดี สร้างวิลล่าหรูเกาะสมุย ผิดกฎหมาย 93 หลัง 93 คดี พร้อมสั่งรื้อถอนสิ่งกีดขวางพ้นแนวชายหาดบางเก่า เร่งคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน

6 ก.ย. 67 – ที่ห้องประชุมที่ว่าการอําเภอเกาะสมุย พล.ต.อนุสรณ์ โออุไร รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 เดินทางร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ไขปัญหาการบุกรุกทําลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอำเภอเกาะสมุย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศกิจเทศบาลนครเกาะสมุย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ตำรวจ สภ.บ่อผุด และคณะทำงานชุดตรวจสอบ “สมุยโมเดล”

ที่ประชุม พล.ต.อนุสรณ์ ได้รับฟังการชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องที่ดินของ คุณอากร ฮุนตระกูล ที่ได้บริจาคที่ดินบนเกาะสมุยที่กว้านซื้อสะสมไว้ประมาณ 4,870 ไร่ ให้กับทางราชการ เพื่อให้รัฐนำไปใช้ประโยชน์จัดทำป่าชุมชน เขตป่าต้นน้ำลำธาร หรือเป็นพื้นที่ป่าสำหรับอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามเจตนารมย์ของนายอากร และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่สาธารณะชายหาดละไม

พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 บรรยายสรุปการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ส่งมอบข้อมูลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการทำงานของคนต่างด้าวในพื้นที่ อ.เกาะสมุย เพื่อใช้ในการประกอบสำนวนการสอบสวนการตรวจสอบการก่อสร้างวิลล่าหรูบนยอดเขาของกลุ่มทุนต่างชาติ

จากนั้น พล.ต.อนุสรณ์ ได้ลงพื้นที่ชายหาดสาธารณะหาดบางเก่า ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย ตามข้อมูลการร้องเรียนกรณีการก่อสร้างรุกล้ำหาดสาธารณะ กั้นแนวเขตของตัวเองเพื่อทำธุรกิจประโยชน์ส่วนตัว จากการตรวจสอบพบว่า มีชาวบ้านบางรายนำไม้มาปักหรือปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นแนวเขตของตัวเอง และผู้ประกอบการร้านอาหารบางรายยังได้ทำซุ้มไม้ไผ่ โต๊ะ เก้าอี้ มาตั้งไว้บนชายหาดลักษณะถาวร และพบอีกว่า มีการนำเรือประมงมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารบนชายหาด ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้พื้นที่สาธารณะดังกล่าวได้

เบื้องต้นเทศกิจเทศบาลนครเกาะสมุย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ได้เรียกผู้ประกอบการมาพูดคุยพร้อมสั่งให้แก้ไข รื้อถอนสิ่งกีดขวางออกจากแนวชายหาดสาธารณะ เพื่อให้รประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถใช้พื้นที่สาธารณะดังกล่าวได้ หากไม่ดำเนินการก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.อนุสรณ์ โออุไร รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรูปแบบ “สมุยโมเดล” ว่า ตอนนี้คณะทำงานฯได้ส่งสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องต่อตำรวจ ปทส. ไปแล้ว 93 คดี จำนวนวิลล่า 93 หลัง

ซึ่งส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดเป็นนักลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนักลงทุนเหล่านี้ไม่สามารถหาข้อมูลที่ถูกต้องกับ BOI (Board of Investment) หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ ก็จะอาศัยนักกฎหมายที่เป็นคนไทย หาช่องว่างของกฏหมายมาอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนเหล่านี้โดยตนเองก็ได้รับผลประโยชน์

“จริงๆ แล้ว นักลงทุนเหล่านี้ อาจจะต้องการที่จะมาลงทุนในพื้นที่เกาะสมุยแบบถูกต้อง แต่เส้นทางในการเริ่มต้น หรือการเดินเข้ามาลงทุนอาจจะไปผิดทาง พอผิดตั้งแต่นับหนึ่ง ก็ผิดตลอดทั้งโครงการ”

รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีกว่า ยังไม่อยากไปกล่าวหาว่า เป็นความผิดของใคร ทุกอย่างถูกบรรจุในสำนวนการสอบสวนไปเรียบร้อยแล้ว ว่าอะไรบ้างที่ออกโดยมิชอบ ออกโดยผิดกฎหมาย อะไรบ้างที่ออกโดยละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่รับผิดชอบของส่วนราชการที่เป็นเจ้าของกฎหมาย ทำให้เกิดการละเมิดฝ่าฝืนเกิดขึ้น เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกาะสมุยมีมานานนับ 10 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน