ผู้ใหญ่บ้าน เข้าระงับเหตุ ลูกบ้านเมาคลั่งอาละวาด กลับถูกถือจอบไล่ทำร้าย หนีตายหลบในรถ คว้าปืนยิงขู่ กระสุนเข้าอกเสียชีวิตคาที่ เผยไม่ได้เจตนา

วันที่ 23 ก.ย.2567 พ.ต.อ.คฑพล พรมดอนชาติ สารวัตร(สอบสวน) สภ.แก่งหางแมว เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.3 ต.พวา อ.แก่งหาแมว จ.จันทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสืบสวน เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน และอาสากู้ภัย สว่างกตัญญูจันทบุรี

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายไพบูลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี สภาพศพ
นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน สวมกางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่กลางหน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบ
จอบ 1 ด้าม มีดกรีดยาง 1 เล่ม และเสียมอีก 1 ด้ามตกอยู่ จึงถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ผู้ใหญ่บ้าน เข้าระงับเหตุ ลูกบ้านเมา คลั่งอาละวาด กลับถูกถือจอบไล่ทำร้าย หนีตายหลบในรถ คว้าปืนยิงขู่ กระสุนเข้าอกเสียชีวิตคาที่ เผยไม่ได้เจตนา

ผู้ใหญ่บ้าน เข้าระงับเหตุ ลูกบ้านเมา คลั่งอาละวาด กลับถูกถือจอบไล่ทำร้าย หนีตายหลบในรถ คว้าปืนยิงขู่ กระสุนเข้าอกเสียชีวิตคาที่ เผยไม่ได้เจตนา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจาก นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีเหตุคนเมาสุราอาละวาด บริเวณบ้านชาวบ้าน จึงเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบระงับเหตุ

โดย นายสมชาย ให้การว่า สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ นางจันทราได้แจ้งเหตุว่ามีคนเมาสุราอาละวาดบริเวณบ้านพักของผู้แจ้ง ตนเกรงจะเกิดเหตุ จึงรีบมายังบ้านที่เกิดเหตุ โดยจอดรถยนต์ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 5 เมตร

นายสมชาย ให้การต่อว่า เมื่อมองเข้าไปก็ไม่เห็นใครจึงลงจากรถ ระหว่างนั้นนายไพบูลย์วิ่งเข้ามาแล้วใช้จอบพยายามไล่ทำร้าย ตนจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในรถ ขณะที่ นายไพบูลย์ได้วิ่งตามมาและพยายามใช้จอบทุบกระจกฝั่งคนขับ 3 ครั้ง เพื่อพยายามทำร้าย จนกระทั่งกระจกรถแตก

นายสมชาย ให้การอีกว่า ตนเห็นท่าไม่ดีจึงก้มตัวหลบแล้วได้หยิบอาวุธปืนขึ้นมายิง โดยไม่ได้ตั้งใจจะยิง นายไพบูลย์ 1 นัด เพียงแต่ต้องการให้เกิดเสียง แล้วระงับผู้กระทำผิด แต่ปรากฏว่ากระสุนปืนไปถูกเข้าที่บริเวณหน้าอกของนายไพบูลย์จนเสียชีวิตดังกล่าว

 

หลังการสอบสวนเบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจแจ้งความดำเนินคดีกับทาง
กับผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อการป้องปรามระงับเหตุไม่มีเจตนาในการก่อเหตุหรือตั้งใจทำร้ายนายไพบูลย์ให้ถึงแก่ความตาย

ทั้งนี้ สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของตำรวจ เบื้องต้นได้ทำการตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อม บันทึกไว้เป็นหลักฐานในการสรุปสำนวนคดีเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน