อุตรดิตถ์ ฝนตกหนักต่อเนื่อง ปริมาณน้ำปริ่ม เขื่อนสิริกิติ์ จุเกือบเต็มร้อย เยอะสุดรอบ 13 ปี คาดน้ำเหนือไหลเข้าสมทบเพิ่ม 500 ล้าน ลบ.ม. เตรียมแผนระบายน้ำ 24-29 ก.ย.

24 ก.ย. 67 – นายสุบิน เนตรสว่าง ผู้ช่วย ผอ.เขื่อนสิริกิติ์-1 (ช.อขส-1.) เปิดเผยว่า เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และสามารเก็บกักน้ำได้ 9,510 ล้าน ลบ.ม.

ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม เป็นต้นมา พื้นที่เหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณฝนตกหนัก ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.น่าน ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์และ เก็บกัก ปัจจุบัน วันที่ 24 ก.ย.67 มีระดับน้ำอยู่ที่ 156.82 เมตร รทก. มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 8,216.89 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 86.40 เป็นปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 5,366 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 80 ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เขื่อนสิริกิติ์เก็บกักมากที่สุดในรอบ 13 ปี นับจากปี 2554 ที่มีปริมาณ น้ำเก็บกักสูง 9,048 ล้าน ลบ.เมตร

ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,293 ล้าน ลบ.ม. จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ลดลง โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ อีกประมาณ 500 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับแผนการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 24-29 กันยายน 2567 มีแผนการระบายน้ำวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เฉลี่ย 230 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดไว้ที่ 1250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งที่ผ่านมาเขื่อนสิริกิติ์เคยระบายน้ำเต็มพิกัด 60 ล้าน ลบ.เมตร ในปี 2538 และ 2554 เป็นปีที่น้ำเต็มอ่างเก็บน้ำ

“ทั้งนี้ด้วยท้ายเขื่อนสิริกิติ์ มีฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้แม่น้ำสาขาต่างๆ รวมไปถึงน้ำป่าไหลลงสู่แม่น้ำน่านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ด้วย จึงอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น หากการพยากรณ์อากาศพบว่ามีการก่อเกิดพายุและมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้น จะมีโอกาสต่อการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

โดยมีคณะกรรมการ ร่วมกันหารือในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำภาวะวิกฤต ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมบริหารจัดการ อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกันวิเคราะห์ ติดตาม และประเมินสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ขอให้มั่นใจว่า ปัจจุบัน เขื่อนสิริกิติ์ยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้เพียงพอสำหรับช่วงปลายฤดูฝนนี้ ประกอบกับปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำทำได้อย่างเป็นระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้จะไม่เหมือนกับปี 2538 อย่างแน่นอน

ด้านความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนสิริกิติ์ มีการติดตั้งเครื่องมือวัดพฤติกรรมเขื่อน มีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดพฤติกรรมของเขื่อนเป็นประจำทุกสัปดาห์ และทุกเดือนแล้ว และในภาวะเช่นนี้ ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายบำรุงรักษาโยธา กฟผ. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน โดยมีแผนการตรวจติดตามระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม 2567 จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจว่า เขื่อนสิริกิติ์ ยังคงมีความมั่นคงแข็งแรงดี

สุดท้ายนี้ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ณ วันนี้เขื่อนสิริกิติ์ได้กักเก็บปริมาณน้ำไว้ใช้การในปีถัดไปได้เป็นอย่างดีและเพียงพอ สำหรับการอุปโภค-บริโภค การเกษตรกรรม การประมง รวมถึงการรักษาสภาพสมดุลของระบบนิเวศทางด้านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ และหากเกิดภาวะวิกฤตขึ้น เขื่อนสิริกิติ์จะมีการสื่อสารร่วมกับหน่วยงานส่วนราชการ ไปยังพี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อไป” นายสุบินกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน