พนักงานโชว์รูมรถชื่อดัง ขับเก๋งเสยท้ายกระบะขาดท่อน ลากไปไกล ก่อนพุ่งตกร่องข้างทาง คนขับเสียชีวิตคาซาก วุ่นชายปริศนาเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินในรถ
เมื่อวันที่ 27 ก.ย.67 พ.ต.ท.ชาติชาย ชายเพ็ชร สว.สส.(สอบสวน) สภ.ทุ่งเบญจา จ.จันทบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุ รถยนต์เฉี่ยวชนรถกระบะ บนถนนสุขุมวิทขาเข้าเมือง บริเวณบ้านหนองตาลิ่น ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ยังติดอยู่ในยานพาหนะ ซึ่งกล้อง CCTV หน้าร้านจำหน่ายปุ๋ยยาการเกษตร บันทึกภาพไว้ได้
หลังได้รับแจ้ง จึงพร้อมกำลังอาสากู้ภัยสว่างกตัญญูจันทบุรี พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างรุดเดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้าสีแดง ทะเบียน บย 8480 จันทบุรี อยู่ในสภาพหน้าพุ่งตกลงไปชนกับปากท่อระบายน้ำร่องข้างทางพังเสียหาย ส่วนท้ายกระบะหลุดขาด กระเด็นออกจากตัวรถ ภายในซากรถพบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอนันต์ อายุ 77 ปี ชาว อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เสียชีวิต ติดอยู่บนที่นั่งคนขับ
ใกล้กัน พบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กต 2745 จันทบุรี เสียหลักอัดติดอยู่กับแชสซีท้ายรถกระบะ สภาพด้านหน้ารถมีรอยชนพังเสียหาย โดยมี นายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและรอยถูกกระจกบาดตามร่างกาย โดยยังอยู่ในอาการตื่นตกใจ นั่งรอให้ปากคำกับตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนของ พ.ต.ท.ชาติชาย ชายเพ็ชร สารวัตรเวรเจ้าของคดีเบื้องต้น นายเอกชัย คนขับ พนักงานโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่งในจันทบุรี อ้างว่าจำเหตุการณ์ไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในอาการตื่นตกใจ โดยจะขอไปให้ปากคำที่โรงพัก
นางผกามาส อายุ 67 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุสามีพร้อมกับคนงาน ขับรถกระบะออกมาจากบ้าน เพื่อนำเครื่องตัดหญ้าไปซ่อมที่ร้าน จนมีเพื่อนบ้านโทรมาบอกข่าวร้ายว่า สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
ขณะเดียวกันมีผู้เห็นเหตุการณ์ อีก 2 คน คือ นายชาญชัย อายุ 20 ปี และนายชลวิทย์ อายุ 23 ปี พนักงานที่อยู่ในร้านขายปุ๋ย บอกว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่หน้าร้าน จากนั้นได้ยินเสียงชนดังตูมใหญ่ เมื่อหันไปดูที่ถนนก็พบรถเก๋งสีขาว ชนอัดติดอยู่กับท้ายรถกระบะ
โดยลากติดกันผ่านหน้าร้านไปเป็นทางยาว ก่อนจะเสียหลักพุ่งตกลงไปในร่องข้างทาง เหวี่ยงร่างคนที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะ กระเด็นออกมาก่อนที่จะมีกู้ภัยฯเข้ามาตรวจสอบ และช่วยคนขับรถเก๋งออกมาจากรถ ขณะที่คนขับกระบะแน่นิ่งติดอยู่ในซากรถ
นอกจากนี้ ขณะอาสากู้ภัยฯและตำรวจกำลังทำงาน มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อหลังมีชายไม่ทราบชื่อ ขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัยมาจอดในที่เกิดเหตุ และลงไปรื้อค้นทรัพย์สินในรถกระบะ อ้างว่าเป็นลูกชายผู้เสียชีวิต ทั้งที่ลูกชายตัวจริงและภรรยากำลังยืนให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
ต่อมาทางตำรวจเข้าควบคุมตัวตรวจค้น ชายคนดังกล่าวกลับอ้างว่าไม่รู้จักกับผู้เสียชีวิต พร้อมกับรีบยกมือไหว้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ป่วยทางจิต หลังตรวจค้นในตัวไม่พบมีสิ่งผิดกฎหมาย ทางตำรวจจึงได้ปล่อยตัวไป
อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ อยู่ในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ทั้งนี้จะตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดทางร้าน ตลอดจนกล้องหน้ารถ ในการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินคดีเกิดความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป




