ลูกติดยา พนันออนไลน์ ผลาญเงินเกษียณพ่อ 7 ล้าน ไม่โทรไปขอยืมเงินญาติให้ ตื้บพ่อน่วมทั้งตัว ทนไม่ไหว ต้องหนีไปอยู่วัด แม่ก็โดนทำร้าย จนป่วยมะเร็งเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 28 ก.ย.67 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เดินทางลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ นายอำพล (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ซึ่งป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ หลังถูกลูกชายทำร้ายจนร่างกายจนบอบช้ำ มีแผลพุพองตามตัว
หลังนายอำพลเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้ช่วยพาตัวไปส่งที่วัดผาสุกมณีจักร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อหลบหนีจากลูกชาย ที่ก่อเหตุทุบตีเป็นประจำ ทำให้ทางเพื่อนบ้านสงสารนายอำพล ผู้เป็นพ่อรายนี้ จึงตัดสินใจร้องมาขอความช่วยเหลือมายังเพจสายไหมต้องรอด
นายเอกภพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุณลุงเคยทำงานบริษัทเอกชนมาก่อน หลังเกษียณออกมาได้เงินมาประมาณ 7 ล้านบาท ก็ถูกลูกชาย ซึ่งติดยาเสพติดและติดการพนันออนไลน์ นำเงินของนายอำพลผู้เป็นพ่อไปล้างผลาญจนเงินหมด
จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้ลูกชายบังคับให้คุณลุงโทรไปขอยืมเงินจากญาติพี่น้องมาให้ แต่คุณลุงปฏิเสธไป เนื่องจากไม่อยากไปรบกวนญาติพี่น้อง ทำให้ทางลูกชายเกิดความโมโห คว้าขวดเข้าตีหัวคุณลุงพร้อมกับกระทืบคุณลุงจนช้ำไปทั้งตัว ทำให้คุณลุงทนไม่ไหว ตัดสินใจเดินโซเซออกจากบ้าน มาในสภาพสะบักสะบอม เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้ช่วยพาตัวส่งที่วัดผาสุกมณีจักร ย่านปากเกร็ด เนื่องจากคุณลุงเคยบวชที่วัดแห่งนี้มาก่อน
ส่วนภรรยาของลุงเสียชีวิตไปแล้ว จากการที่ถูกลูกรายนี้ทุบตีเป็นประจำเช่นกัน ทำร้ายจนกระดูกหัก และลุกลามกลายเป็นมะเร็งในจุดที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอำพล ผู้เป็นพ่อเรื่องที่ถูกลูกชายทำร้าย นายอำพล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ถูกลูกชายบังคับให้โทรไปยืมเงินกับทางญาติๆ แต่ตนไม่กล้าโทรไปยืม ตามที่ลูกชายสั่ง จึงถูกลูกชายทำร้ายด้วยการใช้ขวดฟาดเข้าที่ศีรษะและตามลำตัวหลายครั้ง
จนกระทั่งวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. ตนเริ่มทนกับการถูกลูกชายทำร้ายร่างกายไม่ไหวแล้ว จึงตัดสินใจเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน โดยขอร้องให้เพื่อนบ้านพามาส่งที่วัดผาสุกมณีจักร เนื่องจากตนเคยมาบวชที่วัดแห่งนี้มาก่อน และรู้จักกับหลวงพ่อที่วัดนี้ ซึ่งตนไม่อยากถูกลูกชายกลับมาทำร้ายซ้ำอีก จึงตัดสินใจจะหลบไปอยู่ที่วัดแทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชายหรือไม่ นายอำพล ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้ออกมา พร้อมส่ายหน้าบอกว่า จะไม่แจ้งความเอาผิดกับลูกชาย
นายเอกภพ กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตนจะพาลุงไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับลูกชายของคุณลุง เพราะเห็นได้ชัดว่าเขามีพฤติกรรมรุนแรง ถ้าปล่อยไว้อาจจะก่อเหตุซ้ำๆอีก คนแบบนี้ไม่น่าจะได้อยู่ในบ้าน ต้องไปอยู่ในคุกเท่านั้น
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านที่ลุงเดินไปขอความช่วยเหลือ ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณลุงเดินมาหาด้วยสภาพมีเลือดออกเต็มตัว บอกว่าโดนลูกชายทำร้าย ตนเห็นแล้วก็สงสารเลยพาลุงเข้ามาในบ้านทำความสะอาดเช็ดเลือดตามร่างกาย
หลังจากพูดคุยสอบถาม คุณลุงก็ขอให้ตนช่วยพาไปส่งที่วัดผาสุกมณีจักร เพราะตั้งใจจะไปอาศัยวัดหลบอยู่ที่นั่น ไม่กล้าเข้าบ้าน ตนเห็นว่าถ้าคุณลุงเข้าไปที่บ้านอาจจะโดนทำร้ายอีก จึงพามาส่งที่วัด แล้วประสานติดต่อไปทางเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือ
น.ส.เอ กล่าวว่า ก่อนที่แม่เขาจะเสียชีวิตก็ถูกลูกชายทำร้ายเหมือนกัน ตนได้ยินและเห็น แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเขา ลูกชายลุงปกติเขาอยู่ที่บ้าน ก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนเรื่องติดยาเสพติดตนก็ไม่ทราบ เพราะไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเขา แต่ทราบว่าเขาเคยไปรักษาด้านจิตเวช ถามว่ากลัวไหม ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนยอมรับว่ากลัว แต่ถ้าเราคิดจะช่วยใครด้วยความจริงใจแล้ว ก็อย่าไปกลัว



