ระทึก พนักงานเสิร์ฟ ร้านดัง หัวร้อนปืนขู่วินจยย. ตร.เกลี้ยกล่อมกว่า 4 ชม.ไม่เป็นผล เสียงปืนดังลั่นหวังหนีผิด เปิดปมเครียด กลัวความผิดในอดีต หลังหนีมาชลบุรี

วันที่ 29 ก.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยารับแจ้งเหตุ นายนิรุตติ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พนักงานเสิร์ฟของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านสายสามพัทยา เกิดอาการคลุ้มคลั่งเดินถืออาวุธปืนไปมาบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 ไปจนถึงลานจอดรถเอ็กซ์ไซด์พัทยา

แล้วยกปืนขึ้นมาจ่อศีรษะตัวเอง หวังจะปลิดชีพหนีผิด สาเหตุเกิดจากความเครียด ที่รู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ตนเองมีปัญหาด้วยในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา แล้วเกิดเคลียร์ปัญหากันไม่ลงตัว กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีจึงยกพวกกันมา รวมถึงแจ้งตำรวจให้มาจับกุมผู้ก่อเหตุ

ระทึก พนักงานเสิร์ฟ ร้านดัง หัวร้อนปืนขู่วินจยย. ตร.เกลี้ยกล่อมกว่า 4 ชม.ไม่เป็นผล เสียงปืนดังลั่นหวังหนีผิด เปิดปมเครียด กลัวความผิดในอดีต หลังหนีมาชลบุรี

ระทึก พนักงานเสิร์ฟ ร้านดัง หัวร้อนปืนขู่วินจยย. ตร.เกลี้ยกล่อมกว่า 4 ชม.ไม่เป็นผล เสียงปืนดังลั่นหวังหนีผิด เปิดปมเครียด กลัวความผิดในอดีต หลังหนีมาชลบุรี

ซึ่งเจ้าตัวกลัวหากถูกจับจะต้องโดนโทษหนัก เนื่องจากตนเองมีหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจึงนำกำลังไปปิดล้อมพร้อมอพยพนักท่องเที่ยวและชาวบ้านออกจากจุดเกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 22.36 น. วันที่ 28 ก.ย.2567 พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมกันประชาชนห้ามเข้าใกล้เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย แล้วใช้วิธีการเกลี้ยกล่อม นายนิรุตติ์ ยอมวางอาวุธแล้วเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่มีทีท่าว่าผู้ก่อเหตุจะยอมลดละมอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จึงออกอุบายว่าจะไปซื้อเบียร์มานั่งดื่มด้วย หวังจะเข้าประชิดตัวนายนิรุตติ์ แล้วจะส่งสัญญาณเข้าชาร์จตัว

กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. เกิดเหตุไม่คาดฝัน นายนิรุตติ์ ซึ่งนั่งจิบเบียร์ย้อมใจ อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ได้ใช้อาวุธปืนจ่อที่ขมับขวาแล้วลั่นไก 1 นัด หวังจะหนีความผิดในครั้งนี้และครั้งเก่า จนฟุบลงไปจมกองเลือด กระสุนฝังใน บาดเจ็บสาหัสท่ามกลางเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ที่เตรียมพร้อมในการเข้าช่วยเหลือ

หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ด้วยการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมพบว่าอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นอาวุธปืนแบลงค์กัน ดัดแปลงเป็นอาวุธปืนจริงขนาด .32 เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นายปฏิพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์มาจอด บีบแตร พร้อมกับเปิดกระจกรถ ก็คิดว่าถามทางจึงเดินเข้าไปหา ตอนนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ก็โดนผู้ก่อเหตุตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และถามว่ามีปัญหาอะไรกับกูหรือเปล่า มองหน้าทำไม

นายปฏิพล กล่าวต่อว่า ตนจึงรีบตอบว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรเพียงแค่คิดว่าจะมาถามทาง แต่ผู้ก่อเหตุกลับชักปืนออกมาแล้วขึ้นลำแล้วจ่อมาที่ตนเอง โชคดีที่มีคนมาช่วยห้ามปราม

นายปฏิพล กล่าวอีกว่า ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาและไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน หลังเกิดเหตุตนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยาพร้อมนำกล้องวงจรปิดไปมอบให้ไว้เป็นหลักฐาน

นายปฏิพล กล่าวด้วยว่า กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุมาทำงานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใกล้จุดที่ตนวิ่งวินจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ โดยขับรถยนต์คันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ ผ่านด้านหน้าวิน น้าชายจึงเรียกให้หยุดลงมาคุยกัน ผู้ก่อเหตุจึงขับรถมาจอด

นายปฏิพล กล่าวว่า โดยกลุ่มของน้าชายเดินติดตามมา แต่ยังไม่ทันได้เจรจา ผู้ก่อเหตุก็หยิบอาวุธปืนขึ้นมา เมื่อเห็นว่าทุกคนจะวิ่งเข้าชาร์จ ผู้ก่อเหตุจึงถืออาวุธปืนวิ่งหลบหนี เมื่อโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุกลับใช้อาวุธปืนจ่อที่ศีรษะตนเอง ทำให้ทุกคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธปืนยิงตนเองจริงตามคำขู่

พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ รอง ผกก.(สืบสวน) สภ.เมืองพัทยา ได้โทรศัพท์พูดคุยผ่านข้อความเฟซบุ๊กของ นายนิรุตติ์ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า “เป็นผู้ก่อเหตุใช้วุธปืนข่มขู่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างจริง แต่ในเรื่องนี้ไม่ได้เครียด

แต่ที่เครียดเพราะว่าตัวเองมีหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าโดยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง ในพื้นที่ จ.ราชบุรี เมื่อปี 2557”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน