เครื่องยนต์หลุดกระจาย กระบะชน รถกู้ภัย เต็มแรง ก่อนพุ่งอัดเสาไฟฟ้าขาด 2 ท่อน หม้อแปลงพัง ทำไฟดับทั้งเมือง รถกระเด็นตกข้างทางพลิกตะแคงข้างยับเยิน
วันที่ 5 ต.ค.2567 พ.ต.ต.เดชาธร คำมิ่ง สารวัตร(สอบสวน) สภ.อุทัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.30 น.ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนท้ายรถตู้ ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า กระเด็นตกข้างทาง บนถนนโรจนะขา เข้าช่วงหลักกิโลเมตรที่ 13 ม.4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าขาด 2 ท่อน ใกล้กันพบรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู ทะเบียน พิษณุโลก สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน เครื่องยนต์กระเด็นหลุดออกมากองอยู่บนฟุตปาธถนน ภายในรถพบผู้บาดเจ็บชื่อ นายอาทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี อาการสาหัส สภาพติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

เครื่องยนต์หลุดกระจาย กระบะชน รถกู้ภัย เต็มแรง ก่อนพุ่งอัดเสาไฟฟ้าขาด 2 ท่อน หม้อแปลงพัง ทำไฟดับทั้งเมือง รถกระเด็นตกข้างทางพลิกตะแคงข้างยับเยิน
บนถนนพบรถตู้ของอาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพถูกชนท้ายด้านขวาได้รับความเสียหาย ยางหลังด้านขวาแตก คนขับอยู่ในอาการตกใจชื่อ นายวิจัย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์
จากการสอบถาม นายวิจัย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถอยู่เลนขวา เหลือบมองไปที่กระจกหลัง เห็นหลังรถกระบะพุ่งเข้ามาชนด้านท้ายอย่างแรง แล้วพุ่งขึ้นไปที่ฟุตปาธชนเข้ากับเสาไฟฟ้า ตนรีบเข้าไปช่วยคนเจ็บแต่เห็นมีควันขึ้นมาก่อน จึงรีบประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ มาช่วยเหลือทันที
ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอุทัย เร่งทำการแก้ไข จากการสำรวจความเสียหายพบว่า เสาไฟฟ้าแรงสูงได้รับความเสียหาย 1 ต้น มีหม้อแปลงของแขวงทางหลวงได้รับความเสียหาย 1 ลูก ทำให้ไฟส่องสว่างถนนดับ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนบาท แต่ต้องประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบร่องการเกิดอุบัติเหตุที่รถยนต์ทั้ง 2 คัน และเชิญคนขับไปสอบถามรวมถึงผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกับดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




