จ้องกันตาเขม็ง! คอหวยไม่พลาด แห่ส่องเลขเด็ด แถมยังเจอเลขโผล่ที่หัวหมู พิธีบวงสรวงที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
วันที่ 13 ต.ค.67 พระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดบรมธาตุวรวิหาร อ.เมืองชัยนาท พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมลูกศิษย์ลูกหา ร่วมจัดกิจกรรม “เทิดไท้ 2 มหาราชจอมราชันย์” 2567 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ เคยเสด็จประพาสต้น และเคยมากราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้
โดยกิจกรรมในตอนเช้าจะมีการบวงสรวงพระบรมสารีริกธาตุ บวงสรวงดวงวิญญาณบูรพกษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ น้อมอุทิศแด่มหาราชจอมราชัน นอกจากนั้นในช่วงบ่ายยังมีการเทศน์มหาชาติ หลังจากเทศน์มหาชาติเสร็จแล้วจะมีการแจกทานแก่ญาติโยม ลูกหลาน เยาวชนที่ได้มาฟังเทศน์ด้วยกัน เพราะว่าการทำทานเป็นสุดยอดของทานบารมีในทางพระพุทธศาสนา โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมนับร้อยคน
ภายหลังเสร็จจากพิธีบรรดาผู้เข้าร่วมพิธี ประชาชน และคอหวย ต่างก็เดินมายังหัวหมู ที่มีการจุดธูปมหาเฮงและปักไว้ ได้เลข 668 คอหวยยังเห็นเลข 74 ที่หัวหมูอีกด้วย ทำให้แต่ละคนต่างเดินเวียนกันมาดู บางรายหยิบโทรศัพท์มาถ่ายเก็บไว้หาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดวันที่ 16 ต.ค.นี้
พระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ได้จัดงาน “เทิดไท้ 2 มหาราชจอมราชัน” 13 ตุลาคม 2567 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สาเหตุที่จัดในวันที่ 13 ตุลาคม เนื่องจากเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นำมาความโศกเศร้ามาสู่ปวงชนชาวไทย จึงใช้โอกาสนี้เพื่อเชิญชวนประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองชัยนาทที่มีประวัติยาวนานนับพันปี ได้มีพระมหากษัตริย์หลาย ๆ พระองค์ที่ทำนุบำรุงวัดแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสต้นหลายครั้งด้วยกันและยังได้พระราชทานสิ่งของหลายอย่าง ที่ยังอยู่ให้เห็นก็คือ รอยพระพุทธบาท นอกจากนั้นยังมีศาลารับเสด็จ ร.5 เป็นเรือนรับรองอยู่ที่ท่าน้ำ ต่อมาเมื่อรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้มากราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้หลายครั้ง และพระองค์ได้ยกฐานะวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมทีเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี
เมื่อสมัยโบราณนั้น วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ในสมัยของหลวงพ่อนวมได้ยกที่ของวัดจำนวนหนึ่งให้กับทางชลประทาน เพื่อสงเคราะห์อนุเคราะห์ให้ประชาชน หลวงพ่อนวมจึงได้ถวายที่ให้กับในหลวงเพื่อทำชลประทาน เมื่อสมัยก่อนยังไม่มีค่าเวนคืนที่ดิน ในหลวง ร.9 จึงได้ปูนบำเหน็จยกฐานะวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ด้วยเหตุดังกล่าว อาตมาจึงได้เชิญชวนคณะกรรมการวัดฯ ทำกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์ท่านที่ทรงทำประโยชน์ให้แก่ปวงชนชาติไทย
