สาวรัฐวิสาหกิจช้ำ กู้สหกรณ์ลงทุนดิไอคอนกว่า 3 แสน แต่กลับขายของไม่ออก เป็นหนี้จนคิดสั้น ดีเพื่อนๆช่วยห้าม เหยื่อสมุทรปราการโผล่กว่า 102 คน เสียหาย 18 ล้าน
เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2567 น.ส.ปิติพัฒน์ อายุ 49 ปี และ น.ส.ภิรมณ์นา อายุ 32 ปี เหยื่อดิไอคอน กรุ๊ป หอบหลักฐานการโอนเงิน และ เอกสารที่เกี่ยวข้อง เข้าพบพนักงานสอบสวน โโยล่าสุดนอกจาก 2 คน นี้ มีผู้เข้าแจ้งความกว่า 102 คนแล้ว ค่าเสียหาย 18 ล้านบาท
ด้าน น.ส.ภิรมณ์นา พนักงานรัฐวิสาหกิจ หนึ่งในผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับ The iCON Group จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เสียหายนั้น เมื่อปี63 ช่วงสถานการณ์โควิด-19 อยากมีรายได้เสริม จนไปเจอโฆษณาสอนทำคลิปทำคอนเทนต์ สอนยิงแอดขายของออนไลน์ ราคา 29 บาท เห็นว่าราคาถูกจึงสนใจ จ่ายเงินเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์
ช่วงแรกก็ได้เรียนตามที่โฆษณา จากนั้นเริ่มมีสอดแทรกเรื่องการขายสินค้า ขายคอลลาเจน ขายกาแฟ จากนั้นจึงได้สั่งสินค้าเป็นกาแฟ และคอลาเจน วิตามินซี จากแม่ข่าย มาทาน เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ในการสร้างภูมิ จึงสั่งคลังสินค้ากลาง 24,000 บาท เพื่อนำมาขายและใช้เอง ใช้เวลากว่า 2 ปี ทั้งแจกและใช้เองกว่าสินค้าจะหมด เนื่องจากสินค้าค่อนข้างแพง และมีคนซื้อน้อย ซึ่งนับว่ารายได้ไม่เป็นจริงตามที่โฆษนาชวนเชื่อ และวาดฝันไว้

ขณะที่ น.ส.ปิติพัฒน์ พนักงานรัฐวิสาหกิจเช่นกัน เล่าว่า รู้จัก The iCON Group ทางโฆษณาทีวี สอนทำคลิป ราคา 95 บาท จากนั้นจึงถูกดึงเข้ากลุ่มซูม เพื่อสอนออนไลน์ และได้มีการชักชวน หากใครยังไม่สินค้าขาย ก็จะมาแนะนำให้เป็น The iCON Group และเมื่อเห็นยอดเงินที่ได้จากกำไรในการขายสินค้ามากถึง 100 เปอร์เซ็น จนทำให้หลงเชื่อ
ยอมไปกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ จากที่ทำงาน เป็นเงินก้อนกว่า 300,000 บาท มาลงทุนเปิดบิล ครั้งแรกในราคา 250,000 บาท กับสายงาน “บอสหมอเอก” เพราะคำโฆษณาชวนเชื่อที่ระบุว่า สิ่งที่เรา กำไร รายได้ต่าง ๆ จะกลายเป็นมรดกให้ลูกหลานเราได้ ซึ่งในการเปิดบิลนั้น ได้เป็นวิตามินซี กาแฟ 2 ลัง เพื่อมากิน และขาย
ต่อมา สินค้าขายไม่ได้ เนื่องจากมีราคาสูงกว่าท้องตลาด จึงทานเองไปเรื่อยๆ และแแจกจ่ายให้คนรู้จัก ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีสินค้าอยู่เต็มบ้าน จนของหมดอายุ และต้องสูญเงิน เป็นหนี้ก้อนโต ทั้งนี้ตนเองเครียดมาก จนเคยคิดจะฆ่าตัวตาย และท้อ แต่ได้กำลังใจจากเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ตัว แต่ก็คนที่มาซ้ำเติม ส่วนสาเหตุที่มาแจ้งความ เพื่อหวังเงินคืนบ้าง เพราะเป็นทางสุดท้ายที่จะทำได้ ทั้งนี้ยอมรับเป็นเรียนที่แพงที่สุดในชีวิต