ชลบุรี พัฒนาพันธุ์ ร่วม 20 ปี “แตงเทศ” ลูกผสม แตงไทย-แคนตาลูป ตรงใจคนรักสุขภาพ หวานไม่มาก รสชาติอร่อยถูกปากคนไทย กำลังเป็นที่นิยม ปลูกได้ทั้งปี ให้ผลผลิตดี 55 วัน เก็บเกี่ยวได้

“แตงแคนตาลูป” ผลไม้เพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย นำเข้ามาในประเทศไทย เมื่อ ปี 2478 ปลูกครั้งแรก จังหวัดเชียงใหม่

และมีการนำมาทดลองปลูก ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปรากฏว่า ได้ผลดีและขยายผลปลูกเชิงไร่นา โดยแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี รวมถึงจ.เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร

รวมถึง ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชลบุรี ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้น

เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านการทำกินของราษฎรในพื้นที่ ได้นำสายพันธุ์ที่นิ่งแล้วมาปลูกในแปลงสาธิต เพื่อการศึกษาดูงานของเกษตรกร และผลิตเมล็ดพันธุ์แจกจ่ายแก่เกษตรกรนำ ไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง ได้มีการปลูกในระดับไร่นา เช่นกัน

นายจรูญ ชุมศรี ครู กสน. หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ ประจำโครงการ บอกเล่าถึงโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2567 จัดโดยสำนักงาน กปร. ว่า

ที่ชลบุรี จะเรียก แตงเทศ เป็น แตงลูกผสม ระหว่าง แตงไทยกับแคนตาลูป ที่ใช้เวลาในการพัฒนาพันธุ์ ร่วม 20 ปี จนสามารถนำมาปลูกในระดับไร่นาได้ หลังปลูก 55 วัน ให้ผลเก็บเกี่ยวได้

เนื้อในจะนิ่มแบบแตงไทย ผลทรงกลมเหมือนแคนตาลูป มีความหวานอยู่ที่ประมาณ 10 บริกซ์ (Brix) ไม่หวานมาก เหมาะสําหรับคนที่รักสุขภาพ

“สามารถปลูกกลางแจ้งได้ และปลูกได้ทุกฤดูดาล น้ำหนักสูงสุดอยู่ที่ 3-4 กิโลกรัมต่อลูก แต่ที่ปลูกในพื้นที่โครงการฯ จะอยู่ที่ 1 กิโลกรัม เหมาะกับการนำมารับประทาน สำหรับ 1 ลูกต่อ 1 คน ปัจจุบัน มีการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกในเชิงพานิชย์ และมีเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางมาศึกษาดูงาน พร้อมนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง อย่างต่อเนื่อง” นายจรูญ ชุมศรี กล่าว

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เผยว่า โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริ ให้ดําเนินงานในหลายเรื่อง

นับตั้งแต่การสร้างแหล่งน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำในลำห้วยสาขาของคลองบ้านอําเภอ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพ จัดให้มีการฝึกอบรมภาคการเกษตร โดยศูนย์ฝึกอาชีพการค้าการเกษตรภายในโครงการให้กับราษฎร

“เมื่อก่อนราษฎรที่อยู่ในละแวกนี้ มีอาชีพทางการเกษตรแบบดั้งเดิม และปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อมีโครงการฯ จึงได้นำวิทยาการด้านการเพาะปลูกแบบสมัยใหม่ และพันธุ์พืชที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการของตลาดมาส่งเสริม เช่น แคนตาลูป เสาวรส กระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบเขียว เป็นต้น

มีการปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์แจกจ่ายแก่เกษตรกร ที่ผ่านมา มีผู้คนเข้ามาศึกษาดูงานประมาณ 1,500 คนต่อปี และมีเข้ามาฝึกอบรมด้านอาชีพต่างๆ ประมาณ 1,600 คนต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องด้านสาธารณสุขในการดูแลผู้สูงอายุในโครงการฯ มีโรงพยาบาล ซึ่งดูแลทั้งผู้ป่วยทั่วไป และผู้สูงอายุ ปัจจุบัน มีผู้คนเข้ามาใช้บริการจํานวนมาก โดย สำนักงาน กปร. ร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้การสนับสนุน เป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่อย่างครบวงจร ตาม พระราชประสงค์ของพระองค์” นางสุพร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน