แม่ทัพภาค 4 เปิดใจครั้งแรก เหตุการณ์ตากใบ ลั่นคนร้ายสุมไฟด้ามขวานมานาน 20 ปี ขอความร่วมมือกำนันผู้ใหญ่ เป็นกระบอกเสียงให้คนพื้นที่รับรู้
ที่อาคารห้องประชุมวิทยาลัยชุมชน จ.นราธิวาส พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.เฉลิมชัย สิทธินวล ผอ.ศูนย์สันติวิธี และคณะ ได้เดินทางมาพบปะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 13 อำเภอ จ.นราธิวาส นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั้ง 13 อำเภอ รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมการแก้ไขปัญหาความมั่นคง นำพาสู่สันติสุข
พล.ท.ไพศาล ได้ขึ้นกล่าวพบปะในที่ประชุมช่วงหนึ่งว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน
ส่วนใหญ่จะถูกนำมาเป็นประเด็นในการบิดเบือน สร้างปัญหาให้ประชาชนเข้าใจรัฐผิดไปต่าง ๆ นานา โดยที่รัฐไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง แถมปัจจุบันโซเซียลยังถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการสร้างข่าวเท็จ จนภาครัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้รับความเสียหาย
วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะได้รู้เท็จจริงที่เกิดขึ้นและไม่มีใครกล้ากล่าวในข้อเท็จจริงให้ทราบ จะได้รู้ว่าในช่วงกว่า 20 ปี ความปั่นป่วนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เกิดฝีมือใครและหวังผลอะไร มีทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อ
ช่วงหนึ่ง ผู้เข้าร่วมประชุมถามว่ากลุ่มขบวนการเขาเกี่ยวกันอย่างไรในเรื่องตากใบ แม่ทัพภาคที่ 4 ตอบว่า มีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านแจ้งว่าถูกจี้ปืน แต่ถูกคดียักยอกทรัพย์ และแจ้งความเท็จ ศาลตัดสิน 3 ปี 6 เดือน เหตุการณ์ตากใบมีการวางแผนขึ้นมา เจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติการสลายการชุมนุมตามขั้นตอนของการสลายม็อบ
จากกรณี นายกามา อาลี กับพวกถูกแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ ยักยอกอาวุธปืน นำไปสู่การชุมนุมวันที่ 25 ต.ค. 2547 ซึ่งเป็นการจัดตั้งเตรียมการมา โดยเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในการสลายผู้ชุมนุม ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดจนทำให้เกิดการสูญเสีย มีการดำเนินคดีแยกได้เป็น 3 ห้วง จนล่าสุดมีการสั่งฟ้อง 15 หมาย ผู้ต้องหา 14 คน
รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และดำเนินการเร่งรัดติดตามจับกุม รวมถึงเข้าสู่ระบบของตำรวจสากลออกหมายอินเตอร์โพล ทั้งนี้ในห้วงนี้เน้นย้ำหน่วยว่าฝ่ายตรงข้าม หรือมือที่สามอาจมีการสร้างสถานการณ์ ต้องยกระดับควบคุมพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุให้มากขึ้นจากที่ทำอยู่แล้ว พร้อมขอประชาชนในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมมือกันในการช่วยดูแลพื้นที่ อย่าตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ในการหวังสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้น ประเทศบอบช้ำมามาก เหตุกาณ์เกิดมา 20 ปีแล้ว อยากให้มองไปข้างหน้ามากกว่า อดีตขอให้เป็นบทเรียน และปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม