บางแก้วดุ กัดเจ้าของจนแขนเหวอะ ไม่กล้าออกบ้านกลัวโดนกัดซ้ำ เจ้าหน้าที่ต้องยิงยาสลบ เข้าไปช่วยเหลือได้ เผยเมื่อก่อนไม่ดุ จนกระทั่งน้องชายเสียชีวิต
วันที่ 22 ต.ค.2567 ศูนย์วิทยุ สมาคมอยุธยารวมใจ จุดนครหลวงได้รับแจ้งเหตุ หญิงสาวถูกสุนัขกัดได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น หมู่ 6 ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบ นางกวันรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี นั่งอยู่บนโต๊ะ ในรั้วบริเวณหน้าบ้าน
มี สุนัขพันธุ์บางแก้ว สีดำ เพศผู้ วัย 6 ปี ชื่อ “ชีต้า” เฝ้าไม่ห่าง โดยนางกวันรัตน์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังมือ แขน มีร่องรอยถูกสุนัขกัดเป็นแผลเหวอะ เลือดไหลกองเต็มพื้นจำนวนมาก แต่อาสากู้ภัยไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เนื่องจาก “เจ้าชีต้า” มีความดุ ไม่ยอมให้ใครเข้าไปในบริเวณบ้าน จึงประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเข้ามาทำการยิงยาสลบ
ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอนครหลวง จึงดำเนินการยิงยาสลบ เพื่อให้ “เจ้าชีต้า” อ่อนแรงและสามารถเข้าไปจับตัว “เจ้าชีต้า” ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ยาจึงออกฤทธิ์ จากนั้นจึงนำตัว “เจ้าชีต้า” ออกมาจากบ้านได้ จากนั้นจึงเข้าไปช่วยเหลือนางกมลรัตน์ออกมาได้และนำส่งตัวโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชรักษา
นางกวันรัตน์ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้า ตนให้อาหาร “เจ้าชีต้า” ตามปกติ ขณะนั้น “เจ้าชีต้า” นอนอยู่ ตนจึงดึงโซ่ที่คอของ “เจ้าชีต้า” เบา ๆ เพื่อให้กินข้าว แต่ “เจ้าชีต้า” ตกใจจึงหันมาขย้ำ หลังมือของตนเองจนเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนก็ถูก “เจ้าชีต้า” กัดบริเวณท่อนแขนด้านซ้ายไป 1 รอบแล้ว ซึ่งวันนี้ตนมีนัดเพื่อฉีดยาแก้พิษสุนัขบ้า
โดย “เจ้าชีต้า” เป็นสุนัขที่น้องชายเอามาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ สมัยตนอยู่กรุงเทพ ก่อนหน้านี้ “เจ้าชีต้า” มีนิสัยน่ารัก ไม่ดุร้าย กระทั่งน้องชายเสียชีวิตไปได้ประมาณ 1 ปี “เจ้าชีต้า” เริ่มมีนิสัยดุร้ายและหวงของ
กระทั่งครอบครัวย้ายมาอยู่จังหวัดนครศรีอยุธยาประมาณ 1 เดือน และนำ “เจ้าชีต้า” มาอยู่ด้วย หลังจากนี้ ตนจึงยอมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอนครหลวง นำ “เจ้าชีต้า” ไปดูแลก่อนชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่จะทำการทำหมัน “เจ้าชีต้า” รับดูแลไว้ก่อนชั่วคราว