“เราต้องทำงานให้มากกว่าเรื่องของการกินขนม หรือดื่มเครื่องดื่ม การรณรงค์คนไทยบริโภคผักให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักใบเขียว ด้วยก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตุ เชียร์ไม่ให้กินหวาน กินผัก ผลไม้ แต่คนไม่รู้เลยว่า ผัก ผลไม้ที่ซื้อมานั้นบริโภคได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ กอรปกับเครือข่ายฯ พบว่า เด็กที่ร่วมโครงการ เมื่อเจาะเลือดตรวจเกือบ 100 เปอร์เซนต์ มีปริมาณสารพิษตกค้างในร่างกายสูงเกินเกณฑ์”

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ทันตแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เปิดเผยข้อมูลระหว่างพาคณะเดินทางไปเยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนนโยบาย เครือข่ายลดบริโภคหวานและสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา
พร้อมกับเล่าต่อถึงที่มาการขับเคลื่อนลดการบริโภคน้ำตาล โดยทำควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัย วันนี้ได้ขยายการทำงานจากโรงเรียนที่มีแต่เด็กๆ เข้าสู่โรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อ “ลดหวาน ทานผัก กินอาหารรสธรรมชาติ”
หมุดหมายแรกตัวอย่างพื้นที่ปลูกผักทานเองแบบครบวงจรห่วงโซ่อาหาร ที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานอยากให้เกิดขึ้น นั่นคือ รพ.สต.บ้านสหกรณ์ ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ที่นี่นอกจากโดดเด่นเรื่องงานทันตสาธารณสุขแล้ว ยังมีโครงการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรในพื้นที่เป็นประจำทุกปี มีโรงเรียนผู้สูงอายุ พาผู้สูงอายุออกจากบ้านร่วมทำกิจกรรมออกกำลังกาย โนราบิก ซึ่งเป็นการประยุกต์ศิลปะพื้นบ้านอย่างมโนราห์ มาเป็นท่าออกกำลังกาย เรียกเหงื่อ ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แกนนำชุมชน ก็เป็นคนต้นแบบด้านสุขภาพให้คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี
นางสาวสุจินดา จันทนา ผอ.รพ.สต.บ้านสหกรณ์ เล่าถึงพื้นที่ ต.เขาขาว เป็นแหล่งผลิตอาหาร คนในชุมชนแทบไม่ได้ออกไปหาซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารจากภายนอกเลย เขาปลูกผักกินเอง เหลือถึงนำไปจำหน่าย
“การทำงานด้านสาธารณสุข ยังคงเน้นให้ความรู้คนในชุมชนเพื่อให้เห็นโทษของความหวาน ตั้งแต่กลุ่มเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันในอนาคต รพ.สต.บ้านสหกรณ์ จะให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็น “ตนต้นแบบ” ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพด้วย”
“สุพรรณษา ตรีแก้ว” ครอบครัวต้นแบบด้านสุขภาพ บ้านสหกรณ์ มาบอกเล่าถึงการดูแลสุขภาพเริ่มที่ตนเองก่อน จากเคยหนัก 72 กิโลกรัม มีอาการเหน็บชา ก็หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดหวาน มัน เค็ม เน้นกินผักผลไม้ กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่กินจุบกินจิบ
“ชา กาแฟ เรียกว่า งดไปเลย จะดื่มน้ำเปล่าและน้ำสมุนไพรเป็นหลัก”
การปรับพฤติกรรมการกิน ทำให้จากเที่เคยหนัก 72 กิโลกรัม เพียงแค่ระยะเวลา 2 เดือน น้ำหนักลงมาได้ 4 กิโลกรัม ซึ่งผลทางสุขภาพที่ดีนี่เอง เธอยังส่งต่อไปยังคนในครอบครัวด้วย เช่น เวลาเธอทำอาหารจะไม่ใส่น้ำตาล ขณะเดียวกันลูกๆ ก็ให้ดื่มนมจืด ไม่ดื่มน้ำอัดลม และขนมกรุบกรอบ
สำหรับกิจกรรม หิ้วปิ่นโตเพื่อสุขภาพเข้าวัดฟังธรรม วันพระ ของรพ.สต.บ้านสหกรณ์ มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกไปให้ความรู้ทางโภชนาการกับคนในชุมชน อาหารที่จะใส่ปิ่นโตถวายพระควรเป็นอาหารที่ต้องถูกหลักโภชนาการ ไม่หวานจัด เค็มจัด และมีไขมันมากเกินไป
ในประเด็นปัญหาสุขภาพพระสงฆ์ไทยที่เจ็บป่วยและเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการฉันอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ และอาหารจำพวกของหวาน ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ตอกย้ำทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ พยายามที่จะรณรงค์เรื่องอาหารใส่บาตร ด้วยเช่นกัน
“เราพบว่า เมนูยอดฮิตที่พุทธศาสนิกชน นิยมทำถวายพระ คือไข่พะโล้ ซึ่งไข่พะโล้ มักจะมีรสชาติหวานนำ ทำอย่างไรไม่ให้เมนูไข่พะโล้หวานเจี๊ยบ หวานจนเกินไป หรือหวานขึ้นสมอง ทำอย่างไรไม่ให้เมนูไข่พะโล้ ไม่ใช้น้ำตาล หรืออย่างน้อยหวานระดับกลางๆ ได้หรือไม่ หรือทำเมนูสุขภาพอื่นๆ ถวาย เพื่อให้พระสงฆ์ไทยไม่อ้วนเกินไป”