บุกรวบ สามเณร อ้างชื่อพระ-สำนักสงฆ์ ตั้งถังผ้าป่า หลอกให้คนทำบุญถังกฐิน วางเกลื่อนร้านค้าเมืองระยอง ตร.ตรวจสอบชื่อสำนักสงฆ์ถึงกับอึ้ง เจ้าตัวสารภาพ
วันที่ 23 ต.ค.2567 ร.ต.อ.พาน ยอดสิงห์ รอง สวป.สภ.เพ รับการประสานงานจาก พ.ต.ท.นพดล บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สอท.1 ว่า พบมิจฉาชีพนำถังผ้าป่ามาวางเรี่ยไรตามร้านค้าหลายร้าน บริเวณถนนในไร่-ตำนานป่า ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ตรวจสอบแล้วเป็นการนำชื่อวัดร้างมาเรี่ยไร่หากิน หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ
พ.ต.ท.นพดล กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านขายของชำ ขณะอยู่ภายในร้านได้มีรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กำแพงเพชร มาจอดหน้าร้าน โดยมีสามเณร 1 รูป พร้อมคนขับผู้ชายเดินลงมา พร้อมกับขอวางถังผ้าป่าของสำนักสงฆ์สวนป่าสมุนไพร ม.5 ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

บุกรวบ สามเณร อ้างชื่อพระ-สำนักสงฆ์ ตั้งถังผ้าป่า หลอกให้คนทำบุญถังกฐิน วางเกลื่อนร้านค้าเมืองระยอง ตร.ตรวจสอบชื่อสำนักสงฆ์ถึงกับอึ้ง เจ้าตัวสารภาพ
เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญ โดยมีชื่อระบุ พระอธิการมงคล พร้อมเบอร์โทรศัพท์ โดยพบว่ามีพิรุธ และจำได้ว่าเคยมาวางแล้วหลายครั้ง จึงโทรไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ ปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้
จึงประสานไปยัง สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี ขอเบอร์ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ดังกล่าว ปรากฏความจริงว่า สำนักสงฆ์สวนป่าสมุนไพร เป็นสำนักสงฆ์ร้างมานานแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทอดผ้าป่า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอตรวจสอบพบว่า เป็นสามเณร 1 รูป ชื่อ นายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ส่วนคนขับรถชื่อ นายสุวันวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี จึงทำการสอบสวน
ทั้งสองคนให้การวกวนก่อนรับสารภาพว่า เรี่ยไรเพื่อหาเงินใช้เอง โดนแอบอ้างสำนักสงฆ์ร้าง และอ้างชื่อพระขึ้นมาเอง จึงควบคุมตัวดำเนินคดี
ตรวจสอบภายในรถพบถังผ้าป่า 55 ใบ ไม้เสียบธนบัตร 1 ลัง เงินสด 3,550 บาท สมุดจดรายชื่อร้านค้าที่ไปวางถังผ้าป่า พร้อมรถยนต์ 1 คัน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พาตัวสามเณรไปสึกที่วัดเภตราสุขารมณ์ พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดี
จากการตรวจสอบร้านค้าภายในหมู่บ้าน พบมีการวางถังผ้าป่าจำนวนนับสิบร้านค้า จึงตรวจยึดมาทั้งหมด เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ จึงดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
พร้อมฝากไปยังร้านค้าที่มีถังผ้าป่าดังกล่าววางอยู่ สามารถนำมาส่งได้ที่ สภ.เพ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หากพบเห็นการเรี่ยไรในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เพื่อป้องกันการหลอกลวงโดนกลุ่มมิจฉาชีพ

