เตือน เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ 1,700 ลบ.ม. พื้นที่ลุ่มต่ำ 2 จังหวัด เตรียมรับมือ ย้ำ พื้นที่น้ำท่วม เดือนก.ย. ไม่เก็บค่าไฟ ส่วน ต.ค. ลด 30%
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) กล่าวว่า กรมชลประทานได้เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานีจ.ชัยนาท อยู่ที่อัตรา 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น
โดยพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และแม่น้ำน้อย ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร
โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ช่วง 1-7 วันข้างหน้าจะอยู่ที่ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเพิ่มขึ้น และหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ศปช. จะรีบแจ้งให้ทราบทันที
ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.เชียงใหม่ ได้จัดกำลังพล และเครื่องจักรออกปฏิบัติงานทำความสะอาด พร้อมจัดเก็บกระสอบทรายบนถนนสายเศรษฐกิจหลักทั่วเมืองเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว
โดยมีเจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสา จำนวน 400 คน พร้อมเครื่องมือและเครื่องจักร ร่วมปฏิบัติการฟื้นฟูให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ส่วนการบริหารจัดการขยะน้ำท่วมกว่า 42,000 ตันนั้น ได้จ้างเหมาเอกชนเข้าไปคัดแยก กำจัด โดยบางส่วนได้นำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย บางส่วนนำไปฝังกลบ
ส่วนกรณีมีข่าวการเรียกเก็บค่าไฟในพื้นที่ประสบอุทกภัย ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าไฟในรอบบิลเดือนก.ย.2567 จากประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ส่วนบิลรอบเดือน ต.ค. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลดค่าไฟ 30% ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดยประชาชนสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน 1129 สำหรับผู้ที่ใช้แอปพลิเคชัน PEA Smart Plus สามารถตรวจสอบค่าไฟของแต่ละเดือนได้ และสามารถตรวจสอบค่าไฟย้อนหลังได้ 1 ปี