ภูเก็ต วิกฤตหนัก พะยูน คลื่นซัดติดซอกหินตุย ชาวบ้านเศร้า หวั่นใกล้สูญพันธ์ุ ตุลาคมเดือนเดียว “ดุหยง” ตายแล้ว 3 ตัว คาดหญ้าทะเล แหล่งอาศัย เกิดสภาวะเสื่อมโทรม

27 ต.ค. 67 – เจ้าหน้าที่ประมงและกลุ่มสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธ์ุ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก ชาวบ้าน พบซากพะยูนตายถูกคลื่นซัดมาติดซอกหิน บริเวณใกล้หาดกะรน อ.เมืองภูเก็ต หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบและเคลื่อนย้ายมายังศูนย์ฯ เพื่อจะทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการตาย

เบื้องต้นว่าเป็นพะยูนตัวผู้ ความยาว 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 110 กก. ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 วัน ซึ่งการพบซากพะยูนตายในครั้งนี้นับว่าเป็นพะยูนตัวที่ 3 ในรอบเดือน ต.ค.67 ซึ่งไม่เคยพบปรากฎการณ์การตายของพะยูนเช่นนี้มาก่อน

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับแจ้งเหตุการเกยตื้นของพะยูน ในเดือนตุลาคม 2567 (1-24 ตุลาคม 2567) จำนวนทั้งสิ้น 8 ตัว โดยแบ่งเป็นเกยตื้นมีชีวิตจำนวน 1 ตัว ที่จังหวัดตรัง ซึ่งเสียชีวิตในวันต่อมา

และซากเกยตื้น จำนวน 7 ตัว ประกอบด้วย ซากสด 1 ตัว และซากเน่า 6 ตัว โดยจังหวัดที่พบการเกยตื้น ได้แก่ ภูเก็ต 2 ตัว กระบี่ 1 ตัว ตรัง 2 ตัว และสตูล 3 ตัว จากการชันสูตรพบว่าเป็นพะยูนเพศผู้ 4 ตัวและเพศเมีย 4 ตัว โดยส่วนใหญ่เป็นพะยูนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น 5 ตัว รองลงมาคือตัวโตเต็มวัย 3 ตัว

เนื่องจากซากที่เกยตื้นอยู่ในสภาพซากที่เน่ามาก ทำให้ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ครบทุกตัวสาเหตุการตายที่สามารถระบุได้ส่วนมากเกิดจากอาการป่วย จำนวน 3 ตัว และสงสัยติดเครื่องมือประมง 1 ตัว เนื่องจากมีรอยเชือกรัดบริเวณลำตัว

ส่วนพะยูนที่เกยตื้นจากอาการป่วย พบว่า ร่างกายผอม ไม่พบอาหารในทางเดินอาหาร หรือพบเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจจะมีผลมาจากสภาวะการเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลในแหล่งอาศัย และตัวที่พบที่ชายหาดกะรนนับว่า เป็นตัวที่ 8

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน