เปิดที่มา ลัทธิสีรุ้ง เผยแนวปฏิบัติธรรม ไม่นับถือพระ ตั้งเจ้าเมืองเป็นศาสดาและผู้ทรงศีล อดีตสมาชิกแฉบังคับให้ซื้อหุ้นดิจิตอล ไม่เข้าร่วมถูกกดดัน

กรณี มีกลุ่มที่ตั้งตนเป็นลัทธิประหลาด ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ลัทธิสีรุ้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านกอกหวาน ต.โพธิ์ศรี อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ใช้วิธีการล่อลวงให้ผู้คนหลงเชื่อ และนำเงินไปลงทุนด้วยความเต็มใจ นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรม คำพูด และบทสวดที่ดูประหลาด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว นั้น

ความคืบหน้าล่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ต.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเอ (นามสมมติ) อดีตสมาชิกลัทธิสีรุ้ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่มาของสีรุ้งมาจากการที่เจ้าเมืองนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมและเห็นออกมาเป็นหลากสี ลักษณะคล้ายสีรุ้ง จึงใช้สีนี้มาเป็นตัวแทนหลักปฏิบัติ

ซึ่งคนอยู่ในกลุ่มลัทธิ จะมีทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ปนเปกันไป โดยส่วนใหญ่จะเคารพในตัว นายกะรันยา เป็นอย่างมาก จนเรียกว่า พ่อเมือง หรือ คุณพ่อ หลวงตา แล้วแต่จะเรียกกัน ซึ่งสมาชิกจะได้รับคำสอนในการปฏิบัติถือศีล 5 และไม่รับประทานเนื้อสัตว์ รับประทานแต่ผัก และเครื่องปรุงที่มีการทำกันขึ้นมาเอง

หากบุคคลใด ที่ไม่ได้อยู่ในลัทธิ หรือรับประทานเนื้อสัตว์ ก็จะมีอาการเหม็นเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นกับบางคน ซึ่งในส่วนของพิธีกรรมในอดีตที่มีการมุดน้ำหรือปฏิบัติการกระทำพ้นทุกข์ ต่างๆ ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะยกระดับไปเป็นอีกขึ้นหนึ่งแล้ว เน้นเป็นการปฏิบัติร่วมกันโดยเน้นกิจกรรมในการพัฒนาสถานที่แห่งนั้น การทำอาหาร และการฟังหลักคำสอนของนายกะรันยา โดยไม่มีการไหว้พระ แต่เป็นการเคารพและให้บูชา นายกะรันยา เป็นหลัก ตามความเชื่อ เพราะถือศีล 5 เหมือนกัน นอกจากนั้นเวลารับประทานอาหารยังต้องมีการถวายจังหันให้กับนายกะรันยาอีกด้วย

อดีตสมาชิกลัทธิสีรุ้ง กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องของการชักชวนให้มีการลงทุน นั้นเป็นเรื่องจริง มีสมาชิกหลายรายในลัทธิที่ร่วมลงทุน หากจะถามว่าเป็นการบังคับไหม ต้องดูลักษณะการกระทำ เพราะหากมีสมาชิกลงทุนอยู่หลายคน และมีบางคนในนั้น ไม่ร่วมลงทุนก็จะรู้สึกแตกต่างจากเพื่อน และอับอาย พร้อมทั้งมีการพูดส่อเสียด

ซึ่งการลงทุนนั้น สมาชิกบางคนก็หาเงินลงทุนได้เยอะ บางคนก็หาได้น้อย หลักหมื่นหลักพัน แล้วแต่เป็นบุคคลไป แต่หากใครไม่ร่วมลงทุน ที่ตนสังเกตก็ไม่ได้มีการขับไล่ออกจากลัทธิแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในส่วนของการเดินทางเข้าออกลัทธินั้น ทำได้ แต่ต้องมีการแจ้งหรือขออนุญาตเจ้าเมืองทุกครั้ง ไม่ได้มีการกักขัง แต่อย่างใด ในส่วนที่ตนได้เข้าไปร่วมในลัทธิเพราะตนเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว และเขาเคยบอกว่า ถ้าจะทำบุญ มาทำกับเจ้าเมืองก็ได้ ไม่ต้องไปทำที่วัด ทำให้ตนสนใจและเข้าร่วมโดยไม่หวังสิ่งใด มีงานการพัฒนาก็ช่วยกันทำ เวลาอยู่ในสถานที่แห่งนั้นรู้สึกถึงความสบายจึงอยากทำบุญไปเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของการตัดขาดครอบครัวและมาแสวงหาความสุขในบั้นปลายชีวิต เป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว และเป็นหลักแนวทางการสอนเหมือนกัน แต่ที่สำคัญ มันก็เป็นความจริง ที่ทุกคนไม่สามารถหลุดพ้นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน