ผบ.ตร.สั่งเร่งดำเนินคดีหากลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นฝ่ายปกครองรีดเงิน 2.5 แสน ด้านผู้ว่าฯ ยังนิ่งขอตรวจสอบก่อน
จากกรณีโชเฟอร์รถบรรทุกพร้อมกับภรรยา แจ้งจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เรียกตรวจค้นรถบรรทุก แล้วอ้างพบของหนีภาษีภายในรถ ก่อนโทรเคลียร์เถ้าแก่ เรียกรับเงิน 2.5 แสน เพื่อไม่ให้ดำเนินคดี เหตุเกิดริมถนนสายพหลโยธิน ขาเข้ากรุงเทพเทพมหานคร หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 66 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบวันที่ 4 พ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอสัมภาษณ์ นาย นิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดหรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่ายังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูล อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ส่วนที่สภ.วังน้อย นายปลา (นามสมมติ ) อายุ 49 ปี ผู้จัดการบริษัทขนส่งที่ถูกเรียกรับเงิน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย และพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำ พร้อมนำพยานหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงิน เบื้องต้นได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แจ้งความดำเนินคดี เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายปลา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุพนักงานขับรถของบริษัทตนเองได้โทรศัพท์มาบอกว่า รถถูกจับกุม ตรวจค้นรถ ทีแรกพนักงานเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังการตรวจค้น พนักงานได้โทรศัพท์มาตน และส่งให้คุย จึงรู้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องนำรถไปตรวจสอบว่าสิ่งของที่บรรทุกมาผิดกฎหมาย หรือหนีภาษีหรือไม่ ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยตนเองพยายามเจรจาต่อรอง เนื่องจากสินค้าจะต้องส่งให้ลูกค้าให้ทันเวลา หากเสียเวลาจะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนมาก โดยมีการเสนอราคาไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไม่ยอมรับ บอกว่ามีรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ถูกจับพร้อมกันมีการจ่ายเงินแล้ว 100,000 บาท แต่รถของตนเองเป็นรถบรรทุกพ่วง ทางเจ้าหน้าที่จึงขอเรียกเงินจำนวน 250,000 บาท
ตนเองกลัวเรื่องของความเสียหายของการส่งสินค้าล่าช้า และเครดิตของบริษัทตนกับลูกค้า จึงยอมที่จะจ่ายเงิน เพื่อให้รถได้ไปส่งสินค้าได้ทันเวลา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ให้เลขบัญชี เพื่อโอนเงินซึ่งเป็นบัญชีของหญิงสาว ตนจึงได้ทำการโอนเงินไปตามจำนวน ที่มีการเรียกรับเงิน

จากนั้นจึงได้ปล่อยรถยนต์บรรทุกของตนเอง พร้อมกับพนักงานขับรถ ส่วนทรัพย์สินที่อยู่บนรถ ไม่ทราบว่าเป็นอะไร เพราะตนเองเป็นบริษัทรับขนส่งสินค้าของลูกค้าไปส่งเท่านั้น ก่อนหน้านี้ตนเองมีความกังวลและกลัวมาก ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดที่จับกลุ่มเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหน และกลัวว่าจะถูกกระทำแบบนี้อีกจึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความ
โดยทาง ผกก.สภ.วังน้อย ได้ให้ความเป็นธรรม และยืนยันที่จะดำเนินคดี ให้อย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาตนเองประกอบธุรกิจรับส่งสินค้ายังไม่เคยถูกจับกุม แล้วมีเจ้าหน้าที่เรียกรับสินบนแบบนี้ อยากฝากถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกเท่านั้นเอง
ด้าน พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย ให้ข้อมูลว่าเกี่ยวกับคดีทาง ผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินคดีเด็ดขาดสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ถึงแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม